Bank Sector (Neutral) – ต่อไปจะเป็นยังไง?

แม้กลุ่มธนาคารไทยยังคงให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยง แต่ธนาคารกำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของประโยชน์จากการปรับปรุงงบดุล เราคงน้ำหนักลงทุนเป็น “NEUTRAL” เนื่องจากการเติบโตของ EPS ของกลุ่มฯ ชะลอตัวลง และ ROE ทรงตัว KTB ยังคงเป็น Top Pick และเพิ่ม SCB เป็น Top Pick อีกตัว
เข้าสู่ช่วงท้ายของผลประโยชน์
ตั้งแต่ปลายปี 2022 ธนาคารไทยได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงงบดุลซึ่งมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของกำไร และ ROE ของกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ เราคาดว่าประโยชน์จากความพยายามเพิ่มประสิทธิภาพเหล่านี้จะลดลง เนื่องจาก 1) แม้ว่าจะใช้แนวทางการให้สินเชื่อที่ระมัดระวังมากขึ้นและดำเนินการแก้ไขหนี้เสียอย่างเข้มข้นมากขึ้น แต่ NPL กลับลดลงเพียง 0.8% y-y ในปี 2024 ซึ่งบ่งชี้ว่ายังมีช่องว่างจำกัดสำหรับการปรับปรุงเพิ่มเติมจากแผนริเริ่มของกลุ่มฯ 2) Credit cost ลดลงอย่างมากแล้ว โดยแตะระดับเฉลี่ย 1.52% ในปี 2024 เราคาดว่ากลุ่มฯ จะเข้าสู่รอบการตั้งสำรองปกติภายในปี 2026F และ 3) ระดับสภาพคล่องดูเหมือนจะคงที่ โดยอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 90% กลางๆ
การเติบโตของรายได้ชะลอตัวลง
แม้ว่าเราจะมองแผนการบรรเทาหนี้ของรัฐบาลในเชิงบวก แต่เราไม่เชื่อว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยให้กลุ่มฯ นี้หลีกหนีจากวัฏจักรการลดความเสี่ยงที่กำลังดำเนินอยู่ได้ การเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยฟื้นตัวแข็งแกร่งในปี 2024 ซึ่งขับเคลื่อนโดยกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมรการลงทุนที่เพิ่มขึ้น และการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของค่าธรรมเนียม wealth management อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจัยกระตุ้นเหล่านี้คาดว่าจะยังคงสนับสนุนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย แต่ผลกระทบจากฐานที่สูงก็น่าจะทำให้การเติบโตชะลอตัวลง เราคาดว่าการเติบโตของรายได้รวมของธนาคารไทยจะชะลอตัวลงเหลือเฉลี่ย 1.3% ต่อปีในปี 2025-26F
ซื้อขายเหมาะสม ด้วยมีอัตราผลตอบแทนปันผลที่เพิ่มขึ้น
เราคาดว่าการเติบโตของกำไรในกลุ่มฯ จะชะลอตัวลงจากการเติบโตสองหลักโดยเฉลี่ย 18% ในปี 2021-24 มาเป็น 8% ต่อปี โดยที่ ROE จะทรงตัวที่ 9.4–9.7% ในปี 2025-26F มูลค่าดูเหมาะสม โดยกลุ่มธุรกิจซื้อขายที่ PE และ P/BV ปี 2025F ที่ 7.4 เท่า และ 0.76 เท่า เราคาดว่าอัตราการจ่ายเงินปันผลจะสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนปันผลคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่เกือบ 7% ในปี 2025F
แนวทางการเล่นของเรา
เรายังคงให้น้ำหนักลงทุนเป็น “NEUTRAL” กลุ่มธนาคาร การคัดเลือกหุ้นยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ และเราจะยังคงชอบ KTB ขณะที่เลือก SCB เป็น Top Pick อีกตัว ด้วยมีอัตราการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งกว่า และให้อัตราผลตอบแทนปันผลมากสุดในกลุ่มฯ KKP เป็นธนาคารขนาดเล็กที่เราชื่นชอบที่สุด เนื่องจากความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ลดลง และธนาคารกำลังดำเนินการตามแผนการจัดการทุนอย่างจริงจัง ในขณะเดียวกัน โปรแกรมการซื้อหุ้นคืนของ TTB ถือเป็นการพัฒนาที่มีแนวโน้มดี ซึ่งเราคาดว่าจะช่วยหนุนการเติบโตของ EPS และผลักดันการขยายตัวของ ROE แม้การฟื้นตัวของสินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์ของไทยจะชะลอตัวก็ตามติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……