Siam Senses – เงินกำลังจะสะพัดจากการเตรียมการเลือกตั้ง และการใช้เงินที่เหลือจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ …
เงินกำลังจะสะพัดจากการเตรียมการเลือกตั้ง และการใช้เงินที่เหลือจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ และรัฐบาลน่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเพิ่มเติมอีก Sian Senses ปรับเป้าดัชนี SET ปี 2022F เป็น 1,850 จุด และยังคงใช้ธีมการลงทุน เป็นการเลือกตั้ง ความต้องการที่อั้นไว้ การกลับมาเปิดประเทศ และสภาพคล่องที่สูงที่ค้ำ valuation
การเลือกตั้งมากับเงินเดินสะพัด
นักการเมืองเริ่มลงพื้นที่เลือกตั้งกันแล้ว พรรคการเมืองก็เริ่มเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีของตัวเอง เรายังคาดว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นในกลางปี 2022F และคาดว่าทั้งเงินจากนักการเมืองและการใช้จ่ายสำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลจะกระตุ้นการบริโภคตั้งแต่ 4Q21F ต่อเนื่องไปยังปีหน้า นอกจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนลบ. (3% GDP) ที่ยังไม่ได้ใช้แล้ว อาจมีงบเพิ่มเติมอีกหากรัฐบาลประกาศพ.ร.ก.เงินกู้ ฉบับที่ 3 ในปีหน้า หลังจากที่เพดานหนี้สาธารณะได้ถูกปรับขึ้นเป็น 70% ของ GDP จาก 60% ซึ่งหมายความว่ามีโอกาสที่จะกู้เพิ่มได้อีกราว 1.1 ล้านลบ. ดังนั้นการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจึงไม่น่าจะลดลงในปีหน้า
เดินทางภายในประเทศกลับมาเร็ว
เราไม่ตื่นเต้นกับแผนการเปิดประเทศของรัฐบาลสำหรับ 10+ ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำในเดือนพ.ย. เนื่องจากทั้งไทยและประเทศเหล่านี้ไม่ได้มีความเสี่ยงต่ำจริง ดังนั้นปริมาณนักท่องเที่ยวน่าจะยังคงน้อยอยู่มาก อีกทั้งหากผู้ป่วยโควิดเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงในเรื่องการกักกัน (quarantine) ก็อาจจะกลับมาอีกครั้ง เราไม่ได้คาดหวังจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวกลับมาอย่างมีนัยสำคัญก่อนกลางปีหน้า ซึ่งเราหวังว่าจีนในตอนนั้นจะเริ่มอนุญาตให้ประชาชนเดินทางไปต่างประเทศได้ แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าการเดินทางภายในประเทศจะฟื้นตัวเร็วกว่ามาก จากความต้องการที่ถูกอั้นไว้ และแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวที่น่าจะออกมาอีก เราคาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศในปี 2022F ว่าจะกลับมาฟื้นตัวไปที่ 4.3% ของ GDP ปี 2019 เทียบกับ 6.4% ในปี 2019
ยังมองดอกเบี้ยต่ำอีกหลายปี
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นนี้จากเพียง 1.5% เป็น 2.0% ในปัจจุบัน เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น และเพดานหนี้สาธารณะของไทยที่สูงขึ้น การเพิ่มขึ้นเนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นนั้นสมเหตุสมผล แต่เรายังคงคิดว่าส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนของไทยและของสหรัฐฯ น่าจะแคบลง เนื่องจากสภาพคล่องส่วนเกินของไทยที่มีอยู่จำนวนมาก สำหรับอัตราผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากเพดานหนี้ที่สูงขึ้น เราคิดว่าไม่สมเหตุสมผล เพราะหนี้ของรัฐบาลที่จะสูงขึ้นน่าจะถูกชดเชยด้วยการลดลงของปริมาณพันธบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ sterilized money ซึ่งอยู่ที่ 19% ของ GDP ด้วยเหตุนี้ดอกเบี้ยในระบบไม่น่าจะถูกดันขึ้น เนื่องจากเราคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ เราจึงยังคงมองว่า valuation จะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
ปรับเป้าดัชนี SET เป็น 1,850 จุด ในปี 2022F
เรายังคงมองบวกต่อ SET โดยมองว่าไม่แพง ซื้อขายที่ PE ที่ 17.5 เท่า ในปี 2022F และเพียง 14.9 เท่า ในปี 2023F เทียบกับค่าเฉลี่ยก่อนเกิดโควิดที่ 18.4 เท่า เราปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET ปี 2022F เป็น 1,850 จุด (จาก 1,700 จุด) เนื่องจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา อีกทั้งเรายังได้มองล่วงหน้าถึงผลกระทบบวกจากการใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้นจากการปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะ และราคาน้ำมันที่สูงกว่าที่คาดไว้อีกด้วย เป้าดัชนีของเราคิดเป็น PE ที่สูงที่ 19.9 เท่า ในปี 2022F และลดลงเหลือเพียง 17.0 เท่า ในปี 2023F เราเล่นธีมของเราผ่านหุ้นในกลุ่มค้าปลีกและธนาคาร และเราได้เปลี่ยนหุ้น Top Pick ของเราหนึ่งตัว โดยแทนที่ BEC ด้วยบมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
