🌎Global Update ศาลเบรกภาษีทรัมป์ แต่เกมการค้ายังไม่จบ ความไม่แน่นอนเพิ่ม!
เช้านี้ S&P500 Futures ปรับลง -0.53% หลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีสินค้าทั่วโลกในอัตรา 15%
เรื่องราวที่น่าสนใจ
1. ศาลเบรกภาษีทรัมป์ แต่สงครามการค้ายังไม่จบ!
- ศาลสูงสุดลงมติ 6 ต่อ 3 ว่า ภาษีที่ออกภายใต้ IEEPA เป็นโมฆะทั้งหมด ได้แก่ ภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs), ภาษี fentanyl กับสินค้าแคนาดา จีน เม็กซิโก, ภาษี free speech กับสินค้าบราซิล, ภาษี secondary tariffs กับสินค้าอินเดีย
👉 นี่เท่ากับว่าทรัมป์ไม่สามารถใช้กฎหมายฉุกเฉินดังกล่าวขึ้นภาษีแบบวงกว้างได้อีกต่อไป - อย่างไรก็ดี ประเด็นสำคัญเรื่อง “การคืนเงินภาษีให้ผู้นำเข้า” ยังไม่ได้ข้อสรุป และมีแนวโน้มถูกส่งต่อให้ศาลการค้าระหว่างประเทศ (CIT) พิจารณา ซึ่งอาจใช้เวลาฟ้องร้องและอุทธรณ์กันอีกหลายปี-หลายศาล
👉 ทำให้ความไม่แน่นอนทางกฎหมายยังคงอยู่ - เพื่อชดเชยรายได้จากภาษีที่หายไป ทรัมป์ประกาศใช้ Section 122 เก็บภาษีเพิ่ม 15% กับสินค้าทั่วโลกเป็นเวลา 150 วัน (หากจะต่ออายุต้องให้สภาอนุมัติ)
👉 จุดเด่น คือ สามารถประกาศใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องสอบสวน และยังเปิดช่องให้จำกัดปริมาณนำเข้าได้ จึงมีโอกาสถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางการค้า
👉 หลังจากที่ทรัมป์หันมาใช้ Section 122 อัตราภาษีที่แท้จริง (Effective Rate) จะอยู่ที่ราว 12% ลดลงเล็กน้อยจากเดิมที่ประมาณ 13.6% (อิงข้อมูลจาก Bloomberg Economics) เนื่องจาก ตาม factsheet สินค้าจำนวนมากจะได้รับการยกเว้น เช่น แร่สำคัญ, พลังงาน, ปุ๋ย, สินค้าภายใต้ Section 232, สินค้า USMCA, และสินค้าจำเป็นบางประเภท เป็นต้น - ทรัมป์ย้ำว่า ดีลที่เจรจาไว้เดิมจะต้องเดินหน้าต่อไป หากประเทศใดไม่รักษาสัญญา ก็จะถูกลงโทษด้วยภาษีตัวอื่นๆ
📌 มุมมองของเรา
- ภาพระยะยาวเป็น “บวกเล็กน้อย” ต่อหุ้นโลก ลดความเสี่ยงที่ทรัมป์จะใช้อำนาจแบบไร้ขอบเขต ในระยะข้างหน้าทรัมป์จะต้องเปลี่ยนมาใช้เครื่องมือการค้าที่มีข้อจำกัดมากขึ้น เช่น Section 301, 232 จึงยากจะขึ้นภาษีวงกว้างได้แรง/เร็วเหมือนเดิม แรงกดดันเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจโลกจึงลดลง เมื่อเทียบกับกรณีใช้ IEEPA ขึ้นภาษี
- ภาพระยะสั้นเป็น “ลบเล็กน้อย” ต่อหุ้นโลก เพราะความไม่แน่นอนเชิงนโยบายยังสูง จากการที่ทรัมป์พยายามออกภาษีใหม่ภายใต้กฎหมายอื่น
👉 กฏหมายดังกล่าว (Section 301, 232) จะต้องสอบสวนเป็นรายประเทศ และต้องใช้เวลากว่าจะรู้ผล เสี่ยงที่ภาคธุรกิจอาจชะลอการตัดสินใจลงทุน และด้วยข้อจำกัดด้านเวลา สหรัฐฯ “อาจเพ่งเล็งประเทศใหญ่ๆ ก่อน” ทำให้พวกนี้เสี่ยงที่จะถูกเก็บภาษีสูงขึ้นกว่าเดิม
👉 ตลาดหุ้นมักกังวลต่อความไม่แน่นอน โดย เราจะไม่สามารถคาดเดาได้อย่างแม่นยำว่า ใครจะโดนภาษีตัวไหน เมื่อไร และแรงแค่ไหน - ในช่วงแรก ดีลที่ลงนามแล้วส่วนใหญ่มีแนวโน้มเดินหน้าต่อ คู่ค้าต่างๆ อาจลังเลที่จะขอเจรจาแก้ไขข้อตกลงเดิมอย่างเปิดเผย เพราะเสี่ยงที่จะถูกตอบโต้/โดนเพ่งเล็งเป็นพิเศษ
- เครื่องมือภาษีที่ทรัมป์มีในมือ มีตัวไหนที่น่าสนใจบ้าง?
i) Section 301
จุดประสงค์: ใช้ตอบโต้ประเทศที่ “ค้าขายไม่เป็นธรรม ละเมิดข้อตกลงการค้า/ทรัพย์สินทางปัญญา”
ข้อจำกัด: ต้องสอบสวน-รับฟังความเห็นสาธารณะ-เปิดช่องเจรจาแก้ไขข้อพิพาทก่อน, มีอายุ 4 ปี โดยต่ออายุได้ แต่ USTR ต้องเริ่มกระบวนการทบทวน
ระยะเวลาทำ: กรณีเร่งด่วนประมาณ 2-4 เดือน, กรณีซับซ้อน/ประเทศใหญ่ประมาณ 6-12 เดือน
เพดานขึ้นภาษี: ไม่มี
ii) Section 232
จุดประสงค์: ปกป้อง “ความมั่นคงแห่งชาติ” หากการนำเข้าสินค้าบางประเภท ถือเป็นภัยต่ออุตสาหกรรมยุทธศาสตร์
ข้อจำกัด: ต้องสอบสวนและประเมินผลกระทบต่อความมั่นคง
ระยะเวลาทำ: มักใช้เวลาประมาณ 6-9 เดือน, ถ้าประเด็นซับซ้อน อาจลากยาวใกล้ 1 ปี
เพดานขึ้นภาษี: ไม่มี
iii) Section 201 (ใช้ยาก)
จุดประสงค์: ปกป้องอุตสาหกรรมที่ได้รับ “ความเสียหายร้ายแรง” จากการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อจำกัด: ต้องให้ ITC สอบสวน (เพื่อความเป็นกลาง กรรมมาธิการห้ามมาจากพรรคเดียวกันเกินครึ่งหนึ่ง), ต้องรับฟังความเห็นสาธารณะ, มีอายุ 4 ปี (ต่ออายุได้ แต่รวมแล้วห้ามเกิน 8 ปี), อัตราภาษีต้องลดลงตามเวลา
ระยะเวลาทำ: โดยทั่วไปประมาณ 4-6 เดือน
เพดานขึ้นภาษี: เพิ่มได้ไม่เกิน 50% เหนืออัตราเดิม
iv) Section 338 (ใช้ยากมาก และไม่เคยถูกใช้ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2)
จุดประสงค์: ตอบโต้ประเทศที่ “เลือกปฏิบัติ” หรือ กำหนดข้อจำกัดทางการค้าที่ไม่สมเหตุสมผล
ข้อจำกัด: ตัวบทให้อำนาจประธานาธิบดีค่อนข้างกว้าง (ไม่ต้องมีการสอบสวน) หากใช้จะเผชิญแรงต้านทางกฏหมายและการเมือง
เพดานขึ้นภาษี: เพิ่มได้ไม่เกิน 50% เหนืออัตราเดิม
2. สรุป GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 4
- เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 4 โตเพียง 1.4% ต่ำกว่าคาดที่ 2.8% และชะลอลงแรงจาก 4.4% ในไตรมาสก่อน ถือเป็นไตรมาสที่อ่อนที่สุดของปี
- การบริโภคชะลอลงเหลือ 2.4% โดยยอดซื้อสินค้าหดตัว 0.1% แม้บริการยังโต 3.4% ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐหดตัว 5.1% จาก government shutdown และฉุด GDP ลง 0.9pp ขณะที่ ภาคต่างประเทศอ่อนลง โดยส่งออก -0.9% และนำเข้า -1.3% แต่ฝั่งการลงทุนเอกชนเริ่มฟื้น โดยเฉพาะทรัพย์สินทางปัญญา และอุปกรณ์ สะท้อนแรงลงทุนด้านเทคโนโลยียังเดินต่อ
- พุธนี้ (หลังตลาดปิด) รอดูงบ Nvidia บริษัทที่เป็นผู้นำด้าน AI และมีอิทธิพลอย่างมากต่อ sentiment ของตลาด
- อิหร่าน-สหรัฐฯ เตรียมเปิดโต๊ะเจรจารอบใหม่พฤหัสนี้ (26 ก.พ.)
- ก่อนหน้านี้ทรัมป์เพิ่งขู่ว่า จะเข้าโจมตีอิหร่านเมื่อไรก็ได้ และ “Something Big is Coming!”
- ล่าสุดทั้งคู่เตรียมกลับมาเจรจากันที่เจนีวาพฤหัสนี้ โดยมีโอมานเป็นตัวกลาง โดยเริ่มมีรายงานว่า สหรัฐฯ อาจผ่อนผันด้วยการ ยอมให้อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมต่อได้ในระดับหนึ่ง
👉 เรามองว่า เรื่องนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง ยังต้องเฝ้าระวังต่อไปก่อน… แต่ตราบใดที่การเจรจายังเดินหน้า โอกาสเกิดเหตุการณ์รุนแรงแบบทันทีทันใด ก็ยังถือว่าจำกัด
📌ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
📌ผลการดำเนินงานในอดีต/ ผลการเปรียบเทียบ ผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
📌ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นโดยอาศัยแหล่งข้อมูลสาธารณะ ซึ่งพิจารณาแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือซึ่งปรากฏขณะจัดทำ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงความเห็นหรือประมาณการต่าง ๆ ที่ปรากฏโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
🌎Thanachart Global Investment
🌟 เพิ่มโอกาสในการลงทุนหุ้นนอกให้คุณง่ายกว่าเดิมกับ Thanachart Global Investment
เปิดบัญชีฟรี | ลงทุนไม่มีขั้นต่ำ | ค่าธรรมเนียมสุดพิเศษ | ฟรีโอนถึงสิ้นปี | ลงทุนได้ถึง 9 ประเทศ | เทรดหุ้นสหรัฐ 24 ชั่วโมง
📞เปิดบัญชีเลย คลิก https://www.thanachartsec.com/Content/Open%252520Account/22/th หรือ Contact center 02-779-9000
เทรดหุ้นนอกง่าย ตลอด 24 ชม. ด้วยแอป Think+ Global
👉 โหลดเลย https://microsite.thanachartsec.com/mobile-link/thanachart-think-plus-global
