Global investment 30 Jan 2026, 01:25

🌎Global Update ตลาดเริ่มตั้งคำถาม เงินลงทุน AI มหาศาลจะเปลี่ยนเป็นกำไรจริงได้เมื่อไร?


เมื่อคืนตลาดหุ้นสหรัฐผันผวนอย่างรุนแรง โดยดัชนี S&P 500 ดิ่งลงไปถึง -1.5% ก่อนจะตีตื้นกลับขึ้นมาปิดลบเพียง -0.1%

เรื่องราวน่าสนใจ

1. แรงกดดันหลักต่อตลาดหุ้นสหรัฐ คืออะไร?

    • หากสังเกตหุ้นกลุ่มที่โดนลงโทษแรงเมื่อคืนจะพบว่า เป็นหุ้นธีม AI เป็นหลัก
    • ปัจจัยที่เข้ามาเร่งความกังวลในหุ้นธีม AI คือ

    i) การส่งสัญญาณจากผู้บริหาร Microsoft ว่า รายได้ของธุรกิจ Cloud ในระยะถัดไปอาจถูกจำกัดจากข้อจำกัดด้าน Capacity ของโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งยังไม่สามารถรองรับอุปสงค์ที่เร่งตัวได้อย่างเต็มศักยภาพ
    👉 ส่งผลให้เกิดแรงขายอย่างรุนแรงในหุ้น MSFT US ซึ่ง “ความคาดหวังล้ำหน้าความเป็นจริงไปไกลแล้ว”

    ii) มีข่าวลือว่า Amazon กำลังเจรจาลงทุนใน OpenAI ภายใต้โมเดล Circular Financing คือการให้เงินทุนโดยมีเงื่อนไขให้ OpenAI ต้องกลับมาใช้บริการ Cloud ของ Amazon Web Services โครงสร้างดังกล่าวทำให้รายได้ของ Amazon เพิ่มขึ้นจากเงินลงทุนก้อนเดิมที่หมุนกลับเข้ามา มากกว่าจะสะท้อนการเติบโตจาก demand จริงของตลาด
    👉 ส่งผลให้ตลาดตั้งคำถามต่อ “คุณภาพรายได้ และความยั่งยืนของการเติบโตในระยะยาว”

    iii) ราคาทองแดง-เงิน-memory chip ที่พุ่งแรง ทำให้ต้นทุนภาคธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น กดดันความสามารถในการทำกำไร

    • ปรากฏการณ์ทั้งกล่าว ทำให้ตลาดตั้งข้อสงสัยว่า “เงินมหาศาลที่ทุ่มลงไปใน AI จะเริ่มสร้างกำไรที่จับต้องได้จริงเมื่อไร” และนี่อาจซ้ำรอยภาวะฟองสบู่รถไฟแตก ในศตวรรษที่ 19 ซึ่งเกิดขึ้นเพราะ แม้รายได้โตแรง แต่ไม่ทันความคาดหวัง กดดันให้ความเชื่อมั่นหมดลง
    • เรามีมุมมอง “หลีกเลี่ยง” หุ้น semiconductor ที่มีสัญญาณของการเก็งกำไรที่ร้อนแรง และ “ชอบ” หุ้นพลังงานสะอาด ซึ่ง Valuation ยังอยู่ในระดับที่ต่ำ เมื่อเทียบกับอดีต

    2. ท่าทีที่น่าสนใจของสหรัฐ

      • ทรัมป์เตรียมจะเปิดเผยรายชื่อประธาน Fed คนใหม่ในศุกร์นี้/สัปดาห์หน้า และย้ำว่า ต้องการให้ Fed ลดดอกเบี้ยลงอีก 2-3% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
        👉 เรามองว่า เป็นไปได้ยากที่จะลดดอกเบี้ยได้แรงขนาดนั้น เพราะ เงินเฟ้อกำลังมีความเสี่ยงที่จะเร่งตัวขึ้น ด้วยเรื่อง tariff, OBBBA, และราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง… หากประธาน Fed คนใหม่ เป็นคนที่สุดโต่งเช่นทรัมป์ กรรมการที่เหลือก็ไม่น่าจะเอาด้วย เพราะเคยมีบทเรียนที่น่ากลัวในปี 1974 มาแล้ว
      • กระทรวงการคลังสหรัฐฯ รายงานว่าจะเข้มงวดกับกลไกการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งในด้านต่อต้านการแข็งค่า/อ่อนค่า, จีนกำลังกำหนดค่าเงินหยวนให้อ่อนกว่าความเป็นจริง, เพิ่มไทย กลับเข้าสู่บัญชี Monitoring List อีกครั้ง
        👉 ผลที่ตามมาคือ แรงกดดันทางการเมือง-การค้าจะเพิ่มขึ้นต่อประเทศที่กำลังถูกจับตา, อาจทำให้ประเทศนั้นๆ มีพื้นที่การดำเนินนโยบายที่น้อยลง

      3. สรุปผลการไปเยือนจีน ของนายก UK ครั้งแรกในรอบ 8 ปี

        • ทั้งสองประเทศตกลงให้ผู้เดินทางสามารถพำนักได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าเป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน, จีนลดภาษีในวิสกี้ลงครึ่งหนึ่ง เหลือ 5% โดย วิสกี้ถือเป็นสินค้าสำคัญเชิงสัญลักษณ์ของ UK, AstraZeneca ประกาศแผนลงทุนในจีนมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนถึงปี 2030
          👉 ดีลไม่แรง แต่ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญของทั้งสองประเทศ, เรามองว่า นโยบาย Amarica First ของทรัมป์ อาจทำให้ประเทศมหามิตรของสหรัฐบางส่วน ต้องการผูกมิตรกับจีน/ประเทศอื่นๆ เพื่อคานอำนาจกับสหรัฐ และกระจายตลาด

        🌎Thanachart Global Investment
        🌟 เพิ่มโอกาสในการลงทุนหุ้นนอกให้คุณง่ายกว่าเดิมกับ Thanachart Global Investment

        เปิดบัญชีฟรี | ลงทุนไม่มีขั้นต่ำ | ค่าธรรมเนียมสุดพิเศษ | ฟรีโอนถึงสิ้นปี | ลงทุนได้ถึง 9 ประเทศ | เทรดหุ้นสหรัฐ 24 ชั่วโมง

        📞เปิดบัญชีเลย คลิก https://www.thanachartsec.com/Content/Open%252520Account/22/th หรือ Contact center 02-779-9000

        เทรดหุ้นนอกง่าย ตลอด 24 ชม. ด้วยแอป Think+ Global
        👉 โหลดเลย https://microsite.thanachartsec.com/mobile-link/thanachart-think-plus-global