Equity Market Strategy 25 June 2021, 04:10

Siam Senses – The rainbow effect – ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP….


Siam Senses ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP เป็น 0.8% ในปี 2021F และ 3.2% ในปี 2022F จากการระบาดที่ยืดเยื้อของโควิดระลอก 3 ซึ่งน่าจะชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปีหน้า เราปรับเป้าดัชนี SET ลงเป็น 1,580 จุด ในปีนี้ และ 1,750 จุด ในปี 2022F ดังนั้นกลยุทธ์ของเราคือเลือกหุ้นที่มีเรื่องราวการเติบโตของบริษัทเอง

หดตัวลงใน 2H21F และฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยใน 1H22F 

เราปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ลงเหลือ 0.8% (จาก 1.4%) ในปี 2021F และ 3.2% (จาก 3.9%) ในปี 2022F ด้วยมีผู้ติดเชื้อโควิดเกือบ 10,000 รายต่อวัน และคาดว่าการเติบโตของ GDP จะหดตัวลงใน 2H21F ด้วยมีอัตราการฉีดวัคซีนที่ช้า (14% ของประชากรและผู้อพยพมาอาศัยในประเทศ) และวัคซีนที่มีอยู่ดูเหมือนจะไม่สามารถจัดการกับโควิดสายพันธุ์เดลตาใหม่ได้  การระบาดระลอก 3 จึงไม่น่าจะจบลงได้ในเร็วๆ นี้ เราคาดว่าการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวจะล่าช้าออกไป และฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้นใน 1H22F ดังนั้นเราปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2022F ลง

ผลของรัฐบาลผสมมากพรรค

ปัจจุบันประเทศไทยมีรัฐบาลผสมมาจากหลากหลายพรรคมาก มีความต้องการที่หลากหลายแตกต่าง ไม่ประสานกัน และผลกระทบจากการมีรัฐบาลผสมหลากหลายพรรคนี้ ทำให้มีการบริหารจัดการวัคซีนและการสื่อสารที่สับสน นโยบายล็อกดาวน์แบบครึ่งๆ กลางๆ ผลุบๆ โผล่ การเบิกจ่ายงบที่ช้า และขาดการวางแผนทางเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ดีรัฐบาลผสมนี้ยังคงเป็นรัฐบาลที่แข็งแกร่ง ด้วยมีแนวโน้มที่จะรวมกลุ่มกันอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้า ปัจจุบันเราคาดว่าปี 2022F จะเป็นปีที่มีการฟื้นตัวที่ช้า เนื่องจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวที่อ่อนแอ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่น้อย และรัฐบาลเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งใน 1H23F

ล็อกดาวน์ครึ่งๆ กลางๆ ผลุบๆ โผล่ๆ

รัฐบาลใช้มาตรการล็อกดาวน์ในระดับต่างๆ มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว แต่ยังไม่มีการล็อกดาวน์แบบเต็มรูปแบบทั่วประเทศอย่างในช่วง 2Q20 และในครั้งนี้ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันพุ่งเกือบ 10,000 ราย เมื่อวันศุกร์รัฐบาลจึงประกาศให้มีการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนในจังหวัดอื่นๆใช้มาตรการที่เข้มงวดน้อยกว่า เรามองว่าการล็อกดาวน์มาช้า แต่ดีกว่าไม่มา แต่เราเชื่อว่ายังไม่เพียงพอ และเราคาดว่าในที่สุดการล็อกดาวน์จะเข้มงวดขึ้น ด้วยการขยายเวลาออกไปมากกว่า 14 วัน นักวิเคราะห์ของบล. ธนชาต ได้ปรับคาดการณ์ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดฯ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงมาตราการนี้ใน Exhibit 4 นอกจากนี้ทีมของเรายังใช้โอกาสนี้ในการปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปีฐาน 2022F  อีกด้วย

กลยุทธ์ – เลือกหุ้นที่มีการเติบโตได้ด้วยตนเอง 

เราปรับลดดัชนีเป้าหมาย SET ของเราเป็น 1,580 จุด (จาก 1,650 จุด) ในปีนี้ และปัจจุบันให้เป้าหมายปี 2022F ที่ 1,750 จุด ซึ่งคิดเป็น PE ที่ 19.0 เท่า (เทียบกับค่าเฉลี่ย 7 ปีก่อนเกิดโควิดที่ 18 เท่า) เราเชื่อว่า SET จะยังคงสามารถซื้อขายได้ที่ PE ที่สูงเช่นนี้ได้ แม้ว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มอ่อนแอ เนื่องมาจากมีสภาพคล่องส่วนเกินในระบบจำนวนมาก และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำรองรับมูลค่าหุ้น ดัชนี SET เป้าหมายของเราปีนี้ให้ upside ที่จำกัด และมี upside ไม่มากในปีหน้า และด้วยคาดว่าปัจจัยต่างๆ จะเลวร้ายลงก่อนที่จะดีขึ้น กลยุทธ์การลงทุนของเราจึงเป็นการเลือกเฟ้นหุ้นที่มีเรื่องราวการเติบโตเป็นของตัวเอง โดยไม่ได้อิงสภาพเศรษฐกิจโดยรวมมากนัก เราเปลี่ยน Top Picks โดยเลือก BEC, TU, CBG และ STARK เข้ามาแทนที่ AOT, CRC, RS และ TQM

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version