Equity Market Strategy 15 July 2022, 05:36

Siam Senses – สามธีมหนุนตลาด 


เราเห็นความเสี่ยงในระยะสั้นที่จำกัดสำหรับ SET เนื่องจาก earnings yield gap ที่กว้างขึ้น เราเห็นธีมที่เป็นไปได้ 3 ธีม ที่ช่วยหนุนตลาดในระยะสั้น ได้แก่ การเปิดประเทศและการท่องเที่ยว มาตรการกระตุ้นของจีน และแรงกดดันด้านต้นทุนที่ลดลง นอกจากนี้เรายังเน้น 10 หุ้นขนาดกลาง/เล็กที่ได้รับผลประโยชน์

SET และเงินบาท มีความเสี่ยงที่จำกัด

เราคิดว่า SET มีความเสี่ยงที่จำกัดในระยะสั้น earnings yield gap เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 3.7-3.8% ซึ่งเป็นระดับเฉลี่ยในอดีต เนื่องจาก bond yield ที่ลดลง และมีการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรขึ้น (และแน่นอนว่าตลาดมีการปรับฐาน) ซึ่งบ่งชี้ว่ามีโอกาสจะถูก de-rate ไปอีกจำกัด สำหรับหุ้นรายตัว ประมาณ 80% ของหุ้นที่เราทำบทวิเคราะห์ได้ซื้อขายที่ระดับต่ำกว่า PE ในอดีตแล้ว อันที่จริง มากกว่า 1 ใน 3 ที่เราทำบทวิเคราะห์กำลังซื้อขายที่ 1std หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PE ของหุ้น สำหรับแนวโน้มมหภาค เรายังเชื่อว่าการอ่อนค่าของเงินบาทใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว เนื่องจากตลาดคาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (policy gap) จะแคบลงกว่าแต่ก่อน ดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มดีขึ้น และเงินบาทที่อ่อนค่าแล้วเมื่อเทียบกับสกุลเงินในภูมิภาค เราคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ดีสำหรับตลาด ในบทวิเคราะห์นี้ เราได้เสนอ 3 ธีมหลักที่สามารถขับเคลื่อนตลาด นอกจากนี้ เรายังได้เน้น 10 หุ้นขนาดกลาง/เล็ก ที่เราคิดว่ากำไรและราคาหุ้นมีความอ่อนไหวอย่างมากต่อปัจจัยหนุนเหล่านี้

#1 การเปิดประเทศ และการท่องเที่ยว  

การกลับมาเปิดประเทศและเศรษฐกิจ และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะอย่างหลังอาจก่อให้เกิด upside risks ต่อคาดการณ์ของเรา จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศในเดือนพฤษภาคมแตะระดับ 5.41 แสนคน ขณะที่ตัวเลขในเดือนมิถุนายนอาจสูงถึง 8.11 แสนคน เทียบกับเพียง 7.91 แสนคน ใน 4M22 ที่สำคัญกว่านั้น ข้อมูลต้นเดือนก.ค.บ่งชี้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาอาจสูงถึง 1.2 ล้านคน หุ้นใหญ่ที่ได้ประโยชน์จากธีมนี้คือหุ้น Top Picks ที่อยู่ในพอร์ตลงทุนของ Siam Senses ซึ่งได้แก่  AOT, BDMS และ CENTEL รวมถึง BH, MINT, CPALL, CPN และ ADVANC นอกจากนี้เรายังมีหุ้นขนาดกลาง/เล็กที่ได้ประโยชน์ คือ PR9, SPA, SISB และ SABINA

#2 มาตรการกระตุ้นของจีน  

เราคิดว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยใน 2H22F และปี 2023F เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดรายเดียวของไทยและเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดก่อนเกิดโควิด เราเชื่อว่ารัฐบาลมีมาตรการจูงใจที่แข็งแกร่งที่จะผลักดันการเติบโตใน 2H22F เนื่องจาก GDP พลาดเป้าใน 2Q22, ปฏิกิริยาที่รุนแรงของสาธารณะต่อข้อจำกัดด้านโควิด และการประชุมสมัชชาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนที่กำลังจะมีขึ้น Top Picks ของเราที่น่าจะได้ประโยชน์จากธีมนี้คือ BANPU, ESSO และ SCC หุ้นใหญ่อื่นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ PTTGC, IVL, PTTEP, TOP และ IRPC และสำหรับหุ้นขนาดกลาง/เล็กที่อาจมีความอ่อนไหว: AMATA, PSL และ THANI

#3 แรงกดดันด้านต้นทุนลดลง

สุดท้ายนี้ เราคิดว่าบริษัทไทยน่าจะได้เห็นแรงกดดันด้านต้นทุนที่ลดลง เนื่องจากราคาโลหะและธัญพืชกำลังลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันได้แสดงสัญญาณของการมีเสถียรภาพ แนวโน้มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ CBG หุ้น Top Picks ของเรา (ราคาอะลูมิเนียมลดลง) เช่นเดียวกับหุ้นใหญ่อื่นๆ เช่น SCGP (ต้นทุน OCC) และ CPF (ธัญพืช) ขณะที่หุ้นขนาดเล็กซึ่งเรามองว่าน่าจะได้ประโยชน์ คือ SAT (เหล็ก), UTP (OCC) และ PTG (ราคาน้ำมัน) ตามแนวโน้มนี้

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version