Siam Senses – สามธีมหนุนตลาด
เราเห็นความเสี่ยงในระยะสั้นที่จำกัดสำหรับ SET เนื่องจาก earnings yield gap ที่กว้างขึ้น เราเห็นธีมที่เป็นไปได้ 3 ธีม ที่ช่วยหนุนตลาดในระยะสั้น ได้แก่ การเปิดประเทศและการท่องเที่ยว มาตรการกระตุ้นของจีน และแรงกดดันด้านต้นทุนที่ลดลง นอกจากนี้เรายังเน้น 10 หุ้นขนาดกลาง/เล็กที่ได้รับผลประโยชน์
SET และเงินบาท มีความเสี่ยงที่จำกัด
เราคิดว่า SET มีความเสี่ยงที่จำกัดในระยะสั้น earnings yield gap เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 3.7-3.8% ซึ่งเป็นระดับเฉลี่ยในอดีต เนื่องจาก bond yield ที่ลดลง และมีการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรขึ้น (และแน่นอนว่าตลาดมีการปรับฐาน) ซึ่งบ่งชี้ว่ามีโอกาสจะถูก de-rate ไปอีกจำกัด สำหรับหุ้นรายตัว ประมาณ 80% ของหุ้นที่เราทำบทวิเคราะห์ได้ซื้อขายที่ระดับต่ำกว่า PE ในอดีตแล้ว อันที่จริง มากกว่า 1 ใน 3 ที่เราทำบทวิเคราะห์กำลังซื้อขายที่ 1std หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PE ของหุ้น สำหรับแนวโน้มมหภาค เรายังเชื่อว่าการอ่อนค่าของเงินบาทใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว เนื่องจากตลาดคาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (policy gap) จะแคบลงกว่าแต่ก่อน ดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มดีขึ้น และเงินบาทที่อ่อนค่าแล้วเมื่อเทียบกับสกุลเงินในภูมิภาค เราคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ดีสำหรับตลาด ในบทวิเคราะห์นี้ เราได้เสนอ 3 ธีมหลักที่สามารถขับเคลื่อนตลาด นอกจากนี้ เรายังได้เน้น 10 หุ้นขนาดกลาง/เล็ก ที่เราคิดว่ากำไรและราคาหุ้นมีความอ่อนไหวอย่างมากต่อปัจจัยหนุนเหล่านี้
#1 การเปิดประเทศ และการท่องเที่ยว
การกลับมาเปิดประเทศและเศรษฐกิจ และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะอย่างหลังอาจก่อให้เกิด upside risks ต่อคาดการณ์ของเรา จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศในเดือนพฤษภาคมแตะระดับ 5.41 แสนคน ขณะที่ตัวเลขในเดือนมิถุนายนอาจสูงถึง 8.11 แสนคน เทียบกับเพียง 7.91 แสนคน ใน 4M22 ที่สำคัญกว่านั้น ข้อมูลต้นเดือนก.ค.บ่งชี้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาอาจสูงถึง 1.2 ล้านคน หุ้นใหญ่ที่ได้ประโยชน์จากธีมนี้คือหุ้น Top Picks ที่อยู่ในพอร์ตลงทุนของ Siam Senses ซึ่งได้แก่ AOT, BDMS และ CENTEL รวมถึง BH, MINT, CPALL, CPN และ ADVANC นอกจากนี้เรายังมีหุ้นขนาดกลาง/เล็กที่ได้ประโยชน์ คือ PR9, SPA, SISB และ SABINA
#2 มาตรการกระตุ้นของจีน
เราคิดว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยใน 2H22F และปี 2023F เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดรายเดียวของไทยและเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดก่อนเกิดโควิด เราเชื่อว่ารัฐบาลมีมาตรการจูงใจที่แข็งแกร่งที่จะผลักดันการเติบโตใน 2H22F เนื่องจาก GDP พลาดเป้าใน 2Q22, ปฏิกิริยาที่รุนแรงของสาธารณะต่อข้อจำกัดด้านโควิด และการประชุมสมัชชาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนที่กำลังจะมีขึ้น Top Picks ของเราที่น่าจะได้ประโยชน์จากธีมนี้คือ BANPU, ESSO และ SCC หุ้นใหญ่อื่นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ PTTGC, IVL, PTTEP, TOP และ IRPC และสำหรับหุ้นขนาดกลาง/เล็กที่อาจมีความอ่อนไหว: AMATA, PSL และ THANI
#3 แรงกดดันด้านต้นทุนลดลง
สุดท้ายนี้ เราคิดว่าบริษัทไทยน่าจะได้เห็นแรงกดดันด้านต้นทุนที่ลดลง เนื่องจากราคาโลหะและธัญพืชกำลังลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันได้แสดงสัญญาณของการมีเสถียรภาพ แนวโน้มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ CBG หุ้น Top Picks ของเรา (ราคาอะลูมิเนียมลดลง) เช่นเดียวกับหุ้นใหญ่อื่นๆ เช่น SCGP (ต้นทุน OCC) และ CPF (ธัญพืช) ขณะที่หุ้นขนาดเล็กซึ่งเรามองว่าน่าจะได้ประโยชน์ คือ SAT (เหล็ก), UTP (OCC) และ PTG (ราคาน้ำมัน) ตามแนวโน้มนี้
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
