Uncategorized 25 June 2023, 00:20

TOA (BUY) – รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ลดลง –Target Price Bt38.00, Price Bt33.25


แม้ยอดขายจะเติบโต แต่เราคาดว่าราคาน้ำมันที่ลดลง และเงินบาทที่แข็งค่าจะช่วยผลักดันกำไรของ TOA ให้เติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 20% ในปี 2023-25F ด้วยครองส่วนแบ่งตลาดถึง 49% และซื้อขายที่ 30 เท่า PE ในปีนี้ ก่อนที่จะลดลงเหลือ 25 เท่า ในปี 2024F เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 36 เท่า เราคงคำแนะนำ “ซื้อ”

ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 38 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”

แม้จะปรับลดประมาณการกำไรของ TOA ลง 14% ในปี 2022F และปรับลงเล็กน้อย 6/4% ในปี 2023-24F เนื่องจากราคาไทเทเนียมไดออกไซด์ (TiO2) ที่สูงต่อเนื่อง (19-20% ของต้นทุนทั้งหมด) (Exhibit 4) แต่ด้วยปรับมาใช้ปีฐาน 2023F ทำให้ราคาเป้าหมายของเราเพิ่มขึ้นเป็น 38 บาท/หุ้น (จาก 36 บาท) และเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” TOA แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้น 32% จากระดับต่ำสุดของปีที่แล้ว แต่เรายังคงชอบ TOA เนื่องจาก 1) กำไรที่กลับมาแข็งแกร่งทำสถิติสูงสุดในปี 2024F โดยได้แรงหนุนหลักจากราคาน้ำมันที่ลดลง และค่าเงินบาทที่แข็งค่า 2) มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและการรับรู้ถึงแบรนด์ที่แข็งแกร่งมากในประเทศไทยและมีส่วนแบ่งตลาด 49% 3) งบดุลที่แข็งแกร่งพร้อมสถานะเป็นเงินสดสุทธิ และ 4) มีมูลค่าที่น่าสนใจที่ PE ที่ 30 เท่า ในปี 2023F และ 25 เท่า ในปี 2024F เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 36 เท่า ในปี 2017- 22

รายได้เติบโตเฉลี่ยที่ 7% ในปี 2023-25F แต่…

เนื่องจากตลาดสีในประเทศไทยเติบโตเต็มที่แล้ว ยอดขายรวมของ TOA จึงค่อนข้างทรงตัวในปี 2014-20 แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะเกิดวิกฤตโควิด-19 ยอดขายของบริษัทฯ ก็ยังเติบโต 8% y-y ในปี 2021 และเราคาดว่าจะเติบโต 17% y-y ในปี 2022F (เติบโต 18% ใน 9M22) การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น การเน้นผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวและผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น (Non-Decorative Products) (เช่น เคมีก่อสร้าง สารเคลือบสำหรับงานไม้ และฮาร์ดแวร์) และการควบรวม บจก.ยิปมั่นเทค (GMT) ซึ่งเป็นผู้ผลิตแผ่นยิปซัมในเดือนมีนาคม 2022 เราคาดว่าผลกระทบอย่างเต็มปีจากการปรับขึ้นราคาขายและการรวม GMT พร้อมกับการฟื้นตัวของปริมาณขายหลังผ่อนคลายข้อจำกัดของโควิด-19 จะผลักดันให้ยอดขายของ TOA เติบโต 8/6/6% ในปี 2023-25F

…กำไรเติบโตเฉลี่ยที่ 20%  

อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากำไรของ TOA จะเติบโตที่ 29/17/14% ในปี 2023-25F เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ลดลง วัตถุดิบหลักของ TOA คือ TiO2 คิดเป็น 19-20% ของต้นทุนทั้งหมด และวัตถุดิบที่เกี่ยวกับน้ำมันที่ 18% ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้เชื่อมโยงกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐด้วย เนื่องจาก  โบรกเราคาดว่าราคาน้ำมันจะลดลงจาก US$94/bbl ในปีที่ผ่านมา มาอยู่ที่ US$78/73/73 ในปี 2023-25F (เทียบกับ US$83 ในปัจจุบัน) และเงินบาทที่แข็งค่าจาก 35 บาท/US$ เป็น 34/33/32 บาท ในปี 2023-25F (เทียบกับปัจจุบันที่ 33 บาท) เราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ TOA จะกลับมาฟื้นตัวจาก 29% ในปี 2022F เป็น 31/33/33% ในปี 2023-25F ซึ่งผลักดันให้กำไรเติบโตเฉลี่ยที่ 20% ในปี 2023-25F

กระแสเงินสดเข้ามาต่อเนื่อง

นอกจากอยู่ในสถานะเป็นเงินสดสุทธิแล้ว เราคาดว่า TOA จะมี EBITDA ที่ 3.4-4.4 พันลบ.ต่อปี ในปี 2023-25F โดยมี EBITDA margin ที่ 15-18% อีกทั้งยังให้ ROE สูงที่ 17-19% ในปี 2020-22F อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารต้องการสำรองเงินสดบางส่วนไว้สำหรับการทำ M&A และการขยายธุรกิจในอนาคต ทำให้เราคาดการณ์อัตราการจ่ายปันผลไว้ที่ 50-65% ซึ่งหมายถึงอัตราผลตอบแทนปันผลที่ 1.8-2.9% ในปี 2023-25F

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version