Uncategorized 7 Oct 2023, 14:28

Bank Sector (Overweight) – รอบการเติบโตขยายออกไป


เราคงน้ำหนักลงทุนเป็น “OVERWEIGHT” กลุ่มธนาคารไทย ด้วยรอบการฟื้นตัวขยายออกไป อัตรากำไรที่ขับเคลื่อนการเติบโตในปีนี้ช่วยให้ธนาคารสามารถชะลอการปรับลดการตั้งสำรองไปยังปี 2024-25F หนุนการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักไปอีกสองปี SCB และ TTB เป็นตัวเล่นที่ดีที่สุดในเรื่องนี้

ปรับเพิ่มประมาณการกำไร และราคาเป้าหมาย

เราปรับประมาณการกำไรของกลุ่มธนาคารไทยขึ้นเฉลี่ย 8% ต่อปี ในปี 2023-26F NIM ที่แข็งแกร่งกว่าคาดในปีนี้ช่วยให้ธนาคารต่างชะลอรอบการปรับลดการตั้งสำรองออกไปอีก 2 ปีข้างหน้า และปัจจุบันเราคาดว่ากำไรของกลุ่มฯ จะเติบโต 22/13/11 ในปี 2023-25F เมื่อรวมกับการปรับมาใช้ปีฐานปี 2024F เราจึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสำหรับธนาคารส่วนใหญ่ ยกเว้น KKP ซึ่งเราปรับลดประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายลงเหลือ 65 บาท เพื่อสะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนแอกว่าที่คาด และการขาดทุนจากการผิดนัดชำระหนี้ที่สูงขึ้น (ดูรายละเอียดราคาเป้าหมายใหม่ในตารางด้านขวา)

รอบการเติบโตยาวนานออกไป

หลังการขยายตัวของ NIM ในปีนี้หนุนการเติบโตของกำไรของธนาคาร ปัจจัยต่อไปนี้กำลังส่งสัญญาณให้กำไรเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในปี 2024-25F 1) หลังเพิ่มการตั้งสำรองเป็นเบาะรองรับในปีนี้ เราคาดว่า credit costs จะลดลงเป็น 1.34/1.22% ในปี 2024-25F เทียบกับ 1.48% ในปี 2023F และระดับปกติที่ 1.2% 2) เราคาดว่าสินเชื่อจะเติบโตต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และหลังการ clean-up งบดุล 3) การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม 3-4% จากฐานที่ต่ำไม่ใช่เรื่องท้าทายเกินไปในมุมมองของเรา และ 4) ด้านต้นทุนเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องสำหรับธนาคารส่วนใหญ่

ไม่แพงเมื่อเทียบกับการเติบโตและอัตราผลตอบแทน

ดัชนีธนาคารพาณิชย์ปรับตัวขึ้น 5.9% และ outperformed SET 13% YTD แต่ด้วยรอบการเติบโตที่ขยายออกไป ซึ่งเราคาดว่าจะหนุนให้ ROE อยู่ที่ 10% ในปี 2025F จาก 7.8% ในปี 2022 เรามองว่า P/BV ที่ 0.7 เท่า ในปี 2024F ของกลุ่มฯ นั้นไม่แพง อีกทั้ง PE ยังต่ำที่ 7 เท่า เมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรที่อยู่ในระดับเลขสองหลัก นอกจากนี้ ด้วยอัตราส่วนเงินกองทุนที่สูงเป็นประวัติการณ์ของกลุ่มฯ และความเต็มใจที่จะจ่ายปันผลมากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเงินทุน เราจึงมองว่ากลุ่มฯ ให้อัตราผลตอบแทนปันผลที่น่าสนใจมากที่ 4.8/5.5/6.2% ในปี 2023-25F

SCB และ TTB เป็น Top Picks

เรามองว่า SCB และ TTB เป็นตัวเล่นที่ดีที่สุดในรอบขาขึ้นที่ขยายออกไปของกลุ่มฯ ด้วยให้อัตราผลตอบแทนสูงสุดในกลุ่มฯ และ ROE สูงสุดเป็นอันดับ 2 ราคาหุ้น SCB ที่ underperformance เมื่อเทียบ BBL และ KTB จึงไม่สมเหตุสมผล ส่วน TTB เราคาดว่าราคาหุ้นจะยังคง outperform กลุ่มฯ จากการเติบโตที่แข็งแกร่งจากเรื่องราวภายในบริษัท และอัตราผลตอบแทนปันผลที่สูงขึ้น เนื่องจากมี upside 13% จากราคาเป้าหมายปี 2024F ที่ 113 บาท เราจึงปรับคำแนะนำ TISCO จาก ถือ เป็น “ซื้อ” เรายังปรับลดคำแนะนำ KKP เป็น “ถือ” เนื่องจากมี upside จากราคาเป้าหมายใหม่ของเราจำกัด

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version