🌎Global Market Update สรุปประเด็นร้อนจาก Powell หลัง Fed ลดดอกเบี้ยแรง! จะเป็นลบต่อตลาดหุ้นหรือไม่
วันนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ มีการรายงานผลการประชุม Fed ครั้งสำคัญ ที่นักลงทุนทั่วโลกเฝ้ารอ หุ้นสหรัฐฯปรับลงเกือบทุกกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นชิปที่เคยเป็นผู้นำตลาดเมื่อ 2 เดือนก่อน
📣 Highlight สำคัญของผลการประชุม Fed รอบนี้
- รอบนี้ปรับลดดอกเบี้ยที่ 0.50% เป็นการลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 4 ปีครึ่ง และเป็นไปตามที่ตลาดคาด
- Dot Plot ชี้ว่า ในปีนี้ Fed มีแนวโน้มจะลดดอกเบี้ยอีก 0.50% โดยอาจลดดอกเบี้ยที่ครั้งละ 0.25% ในการประชุมเดือนพ.ย. และ ธ.ค. ขณะที่ปีหน้าและปีถัดไป (2025-26) ก็จะลดที่ 1% และ 0.50% ตามลำดับ
- ปรับตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจใหม่ โดย ลดการเติบโต GDP ปีนี้ ลงเล็กน้อย, เพิ่มอัตราว่างงานอย่างมีนัยสำคัญ, ลดเงินเฟ้อลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Fed ตระหนักถึงการชะลอลงของเศรษฐกิจเป็นอย่างดี
- การให้มุมมองของพาวเวล
-เศรษฐกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ไปพร้อมๆ กับเงินเฟ้อที่กำลังปรับลงมา และยังไม่เห็นสัญญาณการเกิด Recession
- มั่นใจมากขึ้นว่า เงินเฟ้อจะปรับลงมาสู่เป้าหมายที่ 2%, การที่จะบรรลุเป้าหมายนั้น ไม่จำเป็นต้องการชะลอลงแรงของตลาดแรงงาน
- อาจจะลดดอกเบี้ยตั้งแต่ก.ค.แล้ว ถ้าในการประชุมรอบนั้นมีข้อมูลด้านตลาดแรงงานมากพอ อย่างไรก็ดี Fed ก็ไม่ได้ Behind The Curve (ลดดอกเบี้ยช้าเกินไป)
- การลดดอกเบี้ยที่ 0.50% ไม่ใช่บรรทัดฐานใหม่ โดยการตัดสินใจลดดอกเบี้ย ก็ยังคงอิงกับข้อมูลที่เข้ามาในแต่ละรอบการประชุม, ทั้งนี้ Fed กำลังจับตาการชะลอลงของตลาดแรงงานอยู่
- รอบนี้ผลตอบแทนของพันธบัตรระยะยาวจะไม่กลับไปติดลบอีกแล้ว, Neutral Rate น่าจะสูงกว่าที่เคย
📌 มุมมองของเรา
- ตลาดแรงงานน่าจะเป็นสิ่งที่ Fed กำลังให้ความสำคัญมากที่สุดในช่วงนี้
- ตลาดหุ้นในระยะสั้นอาจผันผวน จาก เรื่องการลดดอกเบี้ยที่ 0.50% ซึ่งดูเป็นยาแรงเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน และเรื่อง September Effect
อย่างไรก็ดี ภาพระยะกลางถึงยาว การที่ Fed ตระหนักถึงการชะลอลงของเศรษฐกิจ จะช่วยคลายความเสี่ยงเรื่อง Policy Mistakes และ Recession ที่รุนแรง - การลดดอกเบี้ยที่จะดำเนินอย่างต่อเนื่องทั้งในปีนี้-ปีหน้า-ปีถัดไป เป็นแรงบวกต่อสินทรัพย์ อย่าง ตราสารหนี้คุณภาพ, REIT เอเชีย, หุ้นพลังงานสะอาด
🎯กองทุนแนะนำ🎯
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ภาพในปีนี้-ปีหน้า-ปีถัดไป ที่การลดดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเป็นแรงบวกต่อสินทรัพย์ อย่าง ตราสารหนี้คุณภาพ, REIT เอเชีย, หุ้นพลังงานสะอาด แนะนำ
✅ กองทุนตราสารหนี้คุณภาพ UGIS-N: ได้ประโยชน์มากจากดอกเบี้ยขาลง เนื่องจากมี Duration ค่อนข้างยาวเฉลี่ยที่ 3.8 ปี, เหมาะใช้เป็นตัวช่วยลดความผันผวนพอร์ตในยามเศรษฐกิจโลกแนวโน้มชะลอลง เนื่องจากเน้นลงทุนใน ตราสารหนี้คุณภาพ Credit Rating เฉลี่ยที่ AA-, มีความยืดหยุ่นสูงและมักปรับกลยุทธ์ตามจังหวะตลาดได้ ดี, บริหารโดยมืออาชีพมากประสบการณ์, มีที่ปรึกษาระดับโลกเอื้อต่อการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก
✅ กองทุน REIT เอเชีย K-PROPI-A(D): ถือเป็นสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อเรื่องดอกเบี้ย เมื่อดอกเบี้ยลดลง ความน่าสนใจของปันผลที่ REIT ให้ ก็จะมากขึ้นในสายตาของนักลงทุน นอกจากนี้ Valuation ยังอยู่ในโซนต่ำด้วย
✅กองทุนหุ้นพลังงานสะอาด KT-GREEN-A: ดอกเบี้ยที่กลับทิศทางเป็นขาลง ช่วยสนับสนุนให้ผลประกอบการณ์มีแนวโน้มฟื้นตัวแข็งแกร่ง, การเมืองสหรัฐฯที่มีลุ้นว่าแฮริสซึ่งสนับสนุนพลังงานสะอาดจะมีโอกาสชนะมากขึ้น การเมืองยุโรปที่เอนเอียงไปยังฝ่ายซ้าย/กลางซ้าย ช่วยเพิ่มโอกาสที่จะส่งเสริมการลงทุนในพลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น, ปัจจุบันหุ้นพลังงานสะอาด มี Valuation อยู่ในระดับที่น่าสนใจอย่างมากเมื่อเทียบกับอดีต
Thanachart Global Investment
🌟ก้าวสู่การเป็นเจ้าของหุ้นชั้นนำระดับโลกใน 10 ประเทศ ได้แล้ววันนี้
⛔️ไม่มีขั้นต่ำในการลงทุน
📱เทรดผ่านระบบซื้อขายเดียวตลอด 24 ชม.
✅ฟรีค่าธรรมเนียมโอนเงินไป-กลับ
🇺🇸 เป็นเจ้าของหุ้นสหรัฐเงินลงทุนเริ่มต้นหลักร้อย ผ่านการซื้อขายแบบเศษหุ้นได้ (US fractional shares)
🇺🇸 บริการยื่นภาษีสหรัฐ เพียง 1,000 บาท ใช้บริการถึงสิ้นปี 2568
🌟คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://global-investment.thanachartsec.com/
📱 โหลดเลย Think+ global app เทรดได้ง่ายๆตลอด 24 ชม
https://microsite.thanachartsec.com/mobile-link/thanachart-think-plus-global
📞สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อผู้แนะนำการลงทุนของท่าน หรือ Contact center 02-779-9000
