🌎Global Update ตลาดหุ้น US ร่วง แต่ Big Tech ยังแกร่ง! เจาะสถิติทุกสินทรัพย์ในยุค Trump ชนะสมัยแรก
ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนปรับลงเกือบทุกกลุ่ม โดยมีประเด็นน่าสนใจ 2 เรื่อง
- หุ้นที่เหลือรอด มีเพียงแค่พวก Big Tech และหุ้นสินค้าจำเป็น
- ETF ของหุ้นนอกสหรัฐ อ่อนแอกว่าหุ้นสหรัฐอย่างชัดเจน
🔊เหตุการณ์น่าสนใจ
1. สถิติผลตอบแทนแต่ละสินทรัพย์ หลังชัยชนะของทรัมป์รอบแรก เมื่อปี 2016 พบประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
- ภาพระยะสั้นพบว่า 1-2 เดือนหลังการเลือกตั้ง ผู้ชนะมักเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายของทรัมป์ อย่าง หุ้นเล็กในสหรัฐ หุ้นญี่ปุ่น หุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่ ผู้แพ้ คือ หุ้นจีนและหุ้นพลังงานสะอาด อย่างไรก็ดี หลังจากผ่านช่วงเวลาดังกล่าว ก็ค่อยๆฟื้นตัว
- หลังผ่านการเลือกตั้งเป็นเวลา 1 ปี หุ้นที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นก็คือ หุ้นจีน, หุ้นญี่ปุ่น, หุ้นกลุ่มการเงิน, หุ้นเล็กในสหรัฐ, หุ้นพลังงานสะอาด ตามลำดับ ทว่าหุ้นพลังงานโดยรวมพลิกกลับมา underperform กลุ่มอื่นๆ
- มีหลายปัจจัยที่ทำให้รอบนี้สินทรัพย์เสี่ยงอาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนดีมากแบบรอบก่อน และควรต้องกระจายการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพบ้าง เช่น บริบททางเศรษฐกิจสหรัฐดูแตกต่างกับรอบก่อนที่เศรษฐกิจโตช้า และกำลังเร่งตัวขึ้น, หนี้สาธารณะที่สูงกว่าเดิม และอัตราภาษีนิติบุคคลที่ต่ำมากแล้ว, valuation ของหุ้นโลกโดยรวมที่อยู่ในระดับที่สูงแล้ว เป็นต้น
- นโยบายที่ทรัมป์หาเสียงรอบก่อน มีหลายอย่างที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง/ทำได้แค่บางส่วน เช่น สร้างกำแพงครอบคลุมชายแดนเม็กซิโกทั้งหมด โดยให้เม็กซิโกจ่ายเงิน, ยกเลิก Obamacare, ลดภาษีช่วยเหลือชนชั้นกลาง, ทำข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน, ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า US$1 ล้านล้าน, ขึ้นภาษีสินค้าจีนอย่างทั่วถึงที่อัตรา 45% และเจรจาการค้าเฟสสอง ฯลฯ
- ปัจจุบันยังอีกนานกว่าจะเห็นความชัดเจนเรื่องนโยบายที่จะทำจริง เรื่องผลเลือกตั้งจึงน่าจะยังไม่มีผลต่อการตัดสินใจของ Fed ในช่วงนี้
2. ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐ จากสถาบัน NFIB
- ออกมาดีกว่าคาด นอกจากนี้การสำรวจรอบดังกล่าว ก็จัดทำขึ้นก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ ซึ่งในขณะนั้นความไม่แน่นอนอยู่ในระดับสูง
- ธุรกิจยังคงกังวลต่อปัญหาเงินเฟ้อมากที่สุด ตามด้วย demand ที่อ่อนแอ
- แม้ว่าเรื่องการจ้างงานและการลงทุนดูดีขึ้นเล็กน้อย แต่ถ้าพิจารณาภาพระยะยาวตั้งแต่ช่วงหลังโควิด ก็ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลง
- เรื่องดังกล่าวสะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจสหรัฐ
3. ความคาดหวังทางเศรษฐกิจของเยอรมนีและยูโรโซนจากสถาบัน ZEW
- ต่ำกว่าที่คาด และลดลงแรง
- เศรษฐกิจยุโรปยังเผชิญความท้าทาย เนื่องจาก นโยบายของ ECB ยังดูเข้มงวด, bond yield ที่เพิ่มขึ้น เป็นแรงกดดันต่อ financial condition, วัฏจักรการผลิตทั่วโลกยังคงอ่อนแอ, ความตึงเครียดทางการค้าจากมาตรการภาษีของทรัมป์ สร้างความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและลดทอนความเชื่อมั่นในการลงทุน
🎯 กองทุนแนะนำ 🎯
“ขายทำกำไร” KT-Energy มองหุ้นพลังงานปรับขึ้นรับรู้ข่าวบวกเรื่องทรัมปัแล้ว, ภาพข้างหน้าถูกกดดันด้วยเมกะเทรนด์การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด, สงครามยูเครนที่มีโอกาสผ่อนคลายลง
“ซื้อเก็งกำไร” KF-HJAPAND มองได้รับผลบวกทางอ้อมจากนโยบายทรัมป์และเสถียรภาพการเมืองญี่ป่นที่อ่อนแอลง, ภาพข้างหน้ารัฐบาลมีโอกาสออกมาตรการกระตุ้น
อ่านรายละเอียดเชิงลึกเพิ่มเติมได้ที่ Wealth Strategy 13 พ.ย. 24
Thanachart Global Investment
🌟ก้าวสู่การเป็นเจ้าของหุ้นชั้นนำระดับโลกใน 10 ประเทศ ได้แล้ววันนี้
⛔️ไม่มีขั้นต่ำในการลงทุน
📱เทรดผ่านระบบซื้อขายเดียวตลอด 24 ชม.
✅ฟรีค่าธรรมเนียมโอนเงินไป-กลับ
🇺🇸 เป็นเจ้าของหุ้นสหรัฐเงินลงทุนเริ่มต้นหลักร้อย ผ่านการซื้อขายแบบเศษหุ้นได้ (US fractional shares)
🇺🇸 บริการยื่นภาษีสหรัฐ เพียง 1,000 บาท ใช้บริการถึงสิ้นปี 2568
🌟คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://global-investment.thanachartsec.com/
📱 โหลดเลย Think+ global app เทรดได้ง่ายๆตลอด 24 ชม
https://microsite.thanachartsec.com/mobile-link/thanachart-think-plus-global
📞สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อผู้แนะนำการลงทุนของท่าน หรือ Contact center 02-779-9000
