Uncategorized 1 Apr 2025, 12:27

🌎 Global Market Update ตลาด US ฟื้นตัว แต่กลุ่มเทคยังอ่อนแรง! ขณะที่ญี่ปุ่นส่งสัญญาณน่าลงทุน-จีนเปิดบ้าน ดึงบิ๊กธุรกิจ เดินเกมเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน!


หุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาฟื้นตัว โดยกลุ่มสินค้าจำเป็น-การเงิน นำขึ้นฝั่ง ขณะที่ เทคโนโลยียังรั้งท้าย

📍 Key Events

1. ตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่น

    1.1 ภาคการผลิต

    • การผลิตภาคอุตสาหกรรม ตามข้อมูลเบื้องต้น เพิ่มขึ้น 2.5%m-m ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.3%m-m ซึ่งการฟื้นตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่การผลิตหดตัวติดต่อกันถึง 3 เดือน และยังถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2024
    • ตัวเลขนี้เป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ดี ในระยะข้างหน้าอาจเผชิญแรงกดดันจากเรื่องสงครามการค้า

    1.2 ตลาดแรงงาน

    • อัตราการว่างงาน ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.4% จาก 2.5% ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง
    • Jobs to Applications Ratio ลดลงสู่ 1.24 จากเดิม 1.26 สะท้อนถึงความตึงตัวในตลาดแรงงานที่ลดลงเล็กน้อย ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อลง

    1.3 ยอดค้าปลีก

    • ภาพรายปีโต 1.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 2.4% และถือเป็นอัตราการเติบโตที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม
    • ตัวเลขดังกล่าวได้รับแรงฉุดจากความอ่อนแอในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ทางการจะออกมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจ ขณะที่ ภาพการรายเดือน ยอดค้าปลีกโตที่ 0.5% m-m ซึ่งยังคงเป็นระดับที่น่าพอใจ

    🔥 – แนวโน้มการบริโภคช่วงครึ่งหลังของปี มีปัจจัยสนับสนุนซึ่งอาจช่วยพยุงกำลังซื้อของภาคครัวเรือน ดังนี้

    I) ค่าจ้างที่ปรับตัวสูงขึ้น: หลังการเจรจาระหว่างสหภาพแรงงานและนายจ้างในช่วงต้นปี ซึ่งได้ข้อสรุปที่เป็นบวกอย่างมาก
    ส่งผลให้ค่าจ้างพื้นฐานของแรงงานปรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้จะช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายในภาคครัวเรือน โดยเฉพาะในภาวะที่ราคาสินค้ายังอยู่ในระดับสูง

    II) ผลผลิตการเกษตรทยอยเข้าสู่ตลาด: ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ญี่ปุ่นจะเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งถือเป็นพืชอาหารหลักของประเทศ เมื่อผลผลิตใหม่ทยอยเข้าสู่ระบบ จะช่วยคลี่คลายแรงกดดันด้านราคาสินค้าอาหาร นอกจากนี้ การระบายข้าวสำรองฉุกเฉินของภาครัฐก็จะช่วยเสริมเสถียรภาพด้านอุปทานและลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง

    III) เงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอลง: แม้อัตราเงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด แต่มีสัญญาณว่าแรงกดดันด้านราคาสินค้าเริ่มผ่อนคลายลง โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานและอาหารสด ซึ่งอาจช่วยเพิ่ม “กำลังซื้อที่แท้จริง” ของผู้บริโภค

    IV) การฟื้นตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยวในประเทศ: จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่คนญี่ปุ่นเองก็มีแนวโน้มใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงวันหยุดฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งกระตุ้นกิจกรรมในภาคค้าปลีก ร้านอาหาร และการเดินทางภายในประเทศ

    V) ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง: อัตราการว่างงานของญี่ปุ่นอยู่ในระดับต่ำ ช่วยสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นในอนาคตของผู้บริโภค

    📌มุมมองเชิงกลยุทธ์ของเรา

    👉 เราเพิ่มสัดส่วนกองทุนญี่ปุ่น KF-HJAPAND เป็น 7.5% จากเดิม 5%

    • มองการปรับฐานของตลาดในช่วงที่ผ่านมา เป็นจังหวะที่น่าสนใจในการสะสมเพิ่ม โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงแนวโน้มในระยะข้างหน้า ซึ่งมีสัญญาณเชิงบวกจากภาคการบริโภค ซึ่งเป็นฟันเฟืองที่สำคัญต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น

    2. อัพเดตเรื่องจีน

      • PMI ภาคการผลิต
        เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 50.5 ในเดือนมีนาคม 2025 จากระดับ 50.2 โดยถือเป็นการขยายตัวของกิจกรรมภาคโรงงานเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน และเป็นอัตราการขยายตัวที่เร็วที่สุดในรอบหนึ่งปี ขณะที่ องค์ประกอบก็ดูดีด้วย โดย ผลผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ ต่างก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น
      • PMI ภาคบริการ
        เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.8 ในเดือนมีนาคม 2025 จาก 50.4 ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน และสูงกว่าที่ตลาดคาดด้วย
        ขณะที่ มองเห็นการฟื้นตัวของอุปสงค์ และความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่มีแนวโน้มดีขึ้น
      • ปธน.สี จิ้นผิง เปิดบ้านต้อนรับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำทั่วโลก ในวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อพยายามฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนท่ามกลางสงครามการค้า โดย มีผู้บริหารจากบริษัท อาทิ

      กลุ่มการเงิน: Bridgewater, Standard Chartered, HSBC, Blackstone
      กลุ่มเทค: Qualcomm, SK Hynix, Siemens, Samsung Electronics
      กลุ่มยา: AstraZeneca, Merck, Sanofi, Eli Lilly, Pfizer
      กลุ่มยานยนต์: Mercedes-Benz, Toyota Motors, BMW
      กลุ่มอื่นๆ: Saudi Aramco, FedEx, Hitachi, IKEA Group

      📌มุมมองเชิงกลยุทธ์ของเรา

      👉แนะนำ “ซื้อ” กองทุนหุ้นจีน A-Shares SCBASHARES(A) เนื่องจาก

      • รัฐบาลมีท่าทีเชิงรุกต่อการสนับสนุนเศรษฐกิจและภาคเอกชน มากที่สุดในรอบหลายสิบปี
        ซึ่งเป็นบวกอย่างมากต่อจีน ที่ภาครัฐมีบทบาทต่อกลไกเศรษฐกิจอย่างเข้มข้น
      • หุ้นแผ่นดินใหญ่ (A-Shares) มี Valuation ที่ดูน่าสนใจมากกว่าหุ้นในฝั่งฮ่องกง และได้รับประโยชนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนมากกว่า
      • มีแรงสนับสนุนอื่นๆอีกหลายด้าน เช่น กระแสทุนที่กลับมาลงทุนในหุ้นแผ่นดินใหญ่, แนวโน้มการพยายามใช้ชิ้นส่วนในประเทศ เพื่อทดแทนการนำเข้า, และความรวดเร็วที่น่าทึ่งในการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ของจีน
        (ดู Wealth Strategy 19-26 มี.ค.)

      Thanachart Global Investment

      🌟ก้าวสู่การเป็นเจ้าของหุ้นชั้นนำระดับโลกใน 10 ประเทศ ได้แล้ววันนี้
      ⛔️ไม่มีขั้นต่ำในการลงทุน
      📱เทรดผ่านระบบซื้อขายเดียวตลอด 24 ชม.
      ✅ฟรีค่าธรรมเนียมโอนเงินไป-กลับ
      🇺🇸 เป็นเจ้าของหุ้นสหรัฐเงินลงทุนเริ่มต้นหลักร้อย ผ่านการซื้อขายแบบเศษหุ้นได้ (US fractional shares)
      🇺🇸บริการยื่นภาษีสหรัฐ เพียง 1,000 บาท ใช้บริการถึงสิ้นปี 2568

      🌟คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://global-investment.thanachartsec.com/

      📱 โหลดเลย Think+ global app เทรดได้ง่ายๆตลอด 24 ชม
      https://microsite.thanachartsec.com/mobile-link/thanachart-think-plus-global
      📞สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อผู้แนะนำการลงทุนของท่าน หรือ Contact center 02-779-9000