🌎 Global Update ก่อนวันปลดแอก! ทีมทรัมป์เผยข้อมูลเด็ด ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ บอกอะไร? หุ้น Healthcare ร่วง ใครจะยังรอด?
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อกลับในหุ้น Growth ที่ underperform มาตลอด 1 เดือน ขณะที่ กลุ่ม Healthcare เผชิญแรงกดดันให้เกิดการขายทำกำไร
📍 Key Events
1. ทำไมเมื่อคืนกลุ่ม Healthcare ถึงเผชิญแรงขายทำกำไร โดยร่วงแรงที่ -1.8% สวนทางตลาดที่ปรับขึ้น
- ดร. มาร์กส์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านวัคซีนขององค์การอาหารและยา (FDA) ซึ่งมีบทบาทในการเร่งการอนุมัติวัคซีน COVID และยีนบำบัด ถูกบีบให้ลาออกใน 5 เมษายน การลาออกของดร.มาร์กส์เกิดขึ้นหลังจาก ดร.คาวาซโซนี หัวหน้าหน่วยประเมินยา FDA ลาออกไปราว 2 เดือน
- การที่เขาถูกกดดันให้ลาออกโดยฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะทีมของ RFK Jr. ซึ่งต่อต้านวัคซีน สร้างความกังวลว่า FDA อาจมีทิศทางที่ไม่สนับสนุนเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือกระบวนการอนุมัติอาจล่าช้าลง สำหรับเรื่องนี้เรามองว่าเป็นเพียงความผันผวนระยะสั้น เนื่องจาก
I) ความต้องการการรักษาโรคหายาก, มะเร็ง, ยีนบำบัด ยังมีสูง และเป็นเมกะเทรนด์ทั่วโลก
II) เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง CRISPR (คริสเปอร์/การตัดต่อพันธุกรรม), mRNA, Cell Therapy ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการสร้างรายได้จริง
III) การลาออกของ ดร. มาร์กส์ ไม่ใช่สัญญาณเปลี่ยนนโยบายโดยตรง ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการอนุมัติยาใหม่จะถูกยกเลิกหรือล้มเลิกการ fast track
IV) บริษัทชั้นนำยังมีความสามารถในการปรับตัว เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ใน pipeline ที่หลากหลาย และมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
IV) แรงกดดันจาก RFK Jr. อาจมีขีดจำกัด เนื่องจาก การดำเนินนโยบายต้องผ่านทั้งระบบราชการ, มีแรงต้านจากวิทยาศาสตร์/อุตสาหกรรม, วุฒิสภาและหน่วยงานภายใน FDA ยังมีความเป็นอิสระระดับหนึ่ง
🧠 บทสรุป
- หุ้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือกลุ่มเล็ก หรือ Early-Stage Biotech ที่ยังไม่มีรายได้ ต้องพึ่งการอนุมัติจาก FDA อย่างเต็มที่
- หุ้นกลุ่ม Biopharma ขนาดใหญ่ น่าจะมีผลกระทบจำกัด และอาจเป็นโอกาสซื้อเพิ่มหากราคาย่อตัวมากเกินไป
- ปัจจุบันเรายังคงให้น้ำหนักกองทุน ES-Healthcare สำหรับพอร์ตกลยุทธ์ เท่าเดิม ที่ 5%
2. ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นเช่นไร?
2.1 GDPnow ส่งสัญญาณเศรษฐกิจอเมริกามีแนวโน้ม “เลวร้ายลง”
- แบบจำลอง GDPNow ประมาณการว่า GDP1Q25F จะหดตัวที่ -3.7% ลดลงจากทั้งที่คาดครั้งก่อน และที่คาดไว้เมื่อปลายมกราคมว่าจะขยายตัวที่ 2.9% การปรับลดคาดการณ์ในรอบนี้ เป็นผลมาจากการรายงานตัวเลขที่อ่อนแอในหลายด้านอาทิ การใช้จ่ายเพื่อการก่อสร้าง, ความเชื่อมั่นของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ, ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากแบบสำรวจสองชุด, และแรงขับเคลื่อนของภาคเอกชนที่อ่อนกำลังลงจนแทบจะไม่โต
2.2 จำนวนตำแหน่งงานว่าง
- ลดลง 194,000 ตำแหน่ง มาอยู่ที่ 7.568 ล้านตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดที่ 7.63 ล้านตำแหน่ง
- ตำแหน่งงานว่างลดลงในหลายภาคส่วน ได้แก่ ค้าปลีก, การเงินและประกันภัย, การดูแลสุขภาพและบริการสังคม, ภาคสันทนาการและการบริการ, ภาคการผลิต นอกจากนี้ ยังลดลงใน “ทุกภูมิภาค” ด้วย
2.3 ISM PMI ภาคการผลิต
- ปรับลดลงเกินคาดมาอยู่ที่ 49.0 จากเดิม 50.3 โดยคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน หดตัวลงต่อเนื่อง ส่วนองค์ประกอบเดียวที่ยังคงขยายตัวคือ สินค้าคงคลัง และเวลาการส่งมอบของซัพพลายเออร์ ซึ่งทั้งสองอย่างไม่ได้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ
- ในขณะเดียวกัน ดัชนีราคาที่จ่าย (Prices Paid) พุ่งขึ้นสู่ระดับ 69.4 ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก สะท้อนถึงแนวโน้ม stagflation
📌มุมมองของเรา
🔥 เรายังคงเน้นลงทุนอย่างระมัดระวังต่อไป จนกว่าจะเริ่มเห็นพัฒนาการเชิงบวกทางด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ
3. คำบอกใบ้ของทีมงานทรัมป์ ก่อนค่ำคืนแห่งวันปลดแอก (Liberation Day)
- สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพิ่งเผยแพร่รายงานประจำปีชื่อ National Trade Estimate Report ที่ระบุรายละเอียดของนโยบายจากต่างประเทศที่ถือเป็นอุปสรรคทางการค้า อาทิ อัตราภาษีเฉลี่ยที่ประเทศคู่ค้าเรียกเก็บ รวมถึงอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี เช่น ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหาร กฎเกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียน และข้อจำกัดการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เป็นต้น
- รายงานมีความยาวทั้งสิ้น 397 หน้า โดยสาระสำคัญ คือ
I) มีเนื้อหาเพียง 13 หน้าเกี่ยวกับแคนาดาและเม็กซิโก
II) 🔥 จีนและยุโรป เป็นประเด็นหลักที่ถูกเขียนถึงมากเป็นพิเศษ ด้วยเนื้อหา 48 หน้า และ 34 หน้า ตามลำดับ จำนวนหน้านี้อาจใช้เป็นตัวชี้วัดโดยอ้อมว่า การเผชิญหน้าในประเด็นการค้าอาจปะทุขึ้นรุนแรงที่สุดต่อสองภูมิภาคนี้
- วันปลดแอกเป็นเหมือนกระสุนนัดแรกของการเจรจาการค้ารอบใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่การเขียน “กติกาใหม่ของการค้าโลก”
แม้ตลาดอาจรู้สึกผ่อนคลายในระยะสั้น แต่ในภาพรวมเส้นทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน นักลงทุนควรกระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์ รวมทั้ง หุ้นนอกตลาดสหรัฐฯ ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแรง และมี Valuation ที่น่าลงทุน
🎯กองทุนแนะนำ🎯
👉แนะนำ ✅ “ซื้อ” กองทุนหุ้นญี่ปุ่น KF-HJAPAND เรามองเห็นสัญญาณที่ชี้ว่า ภาคการบริโภคของญี่ปุ่นกำลังจะฟื้นตัวในทิศทางที่ชัดเจนขึ้น และมีแนวโน้มเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่แข็งแรงในระยะต่อไป
- การเจรจาระหว่างสหภาพแรงงานและนายจ้างประจำปี 2025 ได้ข้อสรุปเป็นบวก ส่งผลให้ค่าจ้างโดยเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นคาดจะหนุนการใช้จ่ายในครัวเรือนได้อย่างชัดเจน
- ผลผลิตข้าวมีโอกาสฟื้นตัว จากปี 2024 ซึ่งเผชิญภัยแล้ง-กดดันให้ผลผลิตข้าวลดลงมาก
แต่ช่วงต้นปี 2025 สภาพอากาศเริ่มเอื้ออำนวยขึ้น และภาครัฐก็เริ่มทยอยระบายข้าวสำรองฉุกเฉินออกสู่ตลาด - ภาคบริการและการท่องเที่ยวฟื้นตัวโดดเด่น เมื่อเทียบกับประเทศในฝั่งเอเชียอื่นๆ (ดู Morning Recap 25 มี.ค.) ขณะเดียวกัน คนญี่ปุ่นเองมีแนวโน้มใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงใกล้เทศกาลวันหยุดฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง
- ตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง หนุนความเชื่อมั่นผู้บริโภค
Thanachart Global Investment
🌟ก้าวสู่การเป็นเจ้าของหุ้นชั้นนำระดับโลกใน 10 ประเทศ ได้แล้ววันนี้
⛔️ไม่มีขั้นต่ำในการลงทุน
📱เทรดผ่านระบบซื้อขายเดียวตลอด 24 ชม.
✅ฟรีค่าธรรมเนียมโอนเงินไป-กลับ
🇺🇸 เป็นเจ้าของหุ้นสหรัฐเงินลงทุนเริ่มต้นหลักร้อย ผ่านการซื้อขายแบบเศษหุ้นได้ (US fractional shares)
🇺🇸บริการยื่นภาษีสหรัฐ เพียง 1,000 บาท ใช้บริการถึงสิ้นปี 2568
🌟คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม https://global-investment.thanachartsec.com/
📱 โหลดเลย Think+ global app เทรดได้ง่ายๆตลอด 24 ชม
https://microsite.thanachartsec.com/mobile-link/thanachart-think-plus-global
📞สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อผู้แนะนำการลงทุนของท่าน หรือ Contact center 02-779-9000