Siam Senses – ความหวังใหม่
เราคาดว่าการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ SET ฟื้นตัวจากระดับที่ต่ำมากในปัจจุบัน โดยกลุ่มการเมืองสายอนุรักษ์นิยมจะเป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งตลาดน่าจะมองเป็นบวกว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีเสถียรภาพกว่าชุดที่มาจากการเลือกตั้งครั้งก่อน
ความหวังจากการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งของประเทศไทยจะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งเราคาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นปัจจัยหลักผลักดันให้ SET ฟื้นตัวใน 1Q26F เนื่องจาก 1) การเลือกตั้งจะช่วยสร้างความหวังใหม่จากการรีเซ็ตทางการเมืองหลังสองปีที่เต็มที่มีต้องมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีถึงสามคน 2) เราคาดว่ากลุ่มการเมืองสายอนุรักษนิยมจะเป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาลชุดถัดไป และตลาดจะมองว่ารัฐบาลที่นำโดยกลุ่มอนุรักษนิยมเป็นสัญญาณของเสถียรภาพทางการเมือง 3) รัฐบาลใหม่ที่นำโดยกลุ่มอนุรักษนิยมคาดว่าจะสามารถเชิญบุคคลที่มีความสามารถและชื่อเสียงเข้ามาดูแลด้านเศรษฐกิจได้ 4) ชุดนโยบายใหม่มีแนวโน้มจะลดความเป็นประชานิยม และมุ่งเน้นการปฏิรูปมากกว่าที่ผ่านมา และ 5) เรามองว่า SET อยู่ในระดับต่ำมากที่เพียง 12.4 เท่า PE ไม่รวม DELTA โดยมีหุ้นหลายตัวที่ราคาตกลงมาถึงที่ระดับในช่วงวิกฤตโควิด และระดับที่เกิดความตื่นตระหนกจากภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ
ผลเลือกตั้งที่จะทำให้ตลาดฟื้นตัว
กรณีที่ 1 (ความน่าจะเป็น 90%) คือกรณีที่กลุ่มอนุรักษนิยมเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาลผสมระหว่างกลุ่มอนุรักษนิยมและกลุ่มก้าวหน้า โดยพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคแกนนำ ขณะที่พรรคเพื่อไทยกับพรรคอนุรักษนิยมอื่นๆ เป็นพันธมิตรในรัฐบาล กรณีที่ 2 (ความน่าจะเป็น 10%) คือกรณีที่ดีที่สุดสำหรับตลาด แต่มีความน่าจะเป็นต่ำ คือรัฐบาลที่มีแต่กลุ่มอนุรักษนิยม โดยพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคแกนนำ ซึ่งตลาดน่าจะมองว่าเป็นรูปแบบการเมืองที่มีเสถียรภาพที่สุด กรณีที่ 3 (ความน่าจะเป็น 0%) เป็นกรณีที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น คือรัฐบาลที่มีแต่พรรคการเมืองฝ่ายก้าวหน้า โดยพรรคประชาชนเป็นพรรคแกนนำ และพรรคเพื่อไทยเป็นพันธมิตรในรัฐบาล ซึ่งเรามองว่าเป็นลบต่อตลาด เนื่องจากมีปัญหาทางกฎหมายที่อาจทำให้รัฐบาลทำงานไม่ได้หรือเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง
นโยบายที่เน้นการปฏิรูปมากกว่าประชานิยม
พรรคภูมิใจไทยเป็นผู้นำรัฐบาลทั้งในกรณีที่ 1 และ 2 เราคาดว่าทิศทางนโยบายจะประกอบด้วยประชานิยมในระดับที่ควบคุมได้ มีการปรับโครงสร้างหนี้ การปฏิรูปภาษีอย่างค่อยเป็นค่อยไป การส่งเสริมและเร่งรัดกระบวนการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ การเพิ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน และการรักษาราคาพลังงานให้อยู่ในระดับต่ำ นโยบายเหล่านี้สะท้อนถึงการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็ว จากสถานการณ์น้ำท่วมที่หาดใหญ่ ความขัดแย้งกับกัมพูชา นโยบายของ ธปท. ที่เป็นไปในเชิงรุกน้อยกว่าคาด และเศรษฐกิจที่อ่อนแอว่าคาดใน 3Q25 เราจึงปรับลด GDP ปี 2025-26F ลงจาก 2.1/2.1% เป็น 1.9/1.5% และคาดว่าเศรษฐกิจจะเริ่มทยอยฟื้นตัวในปี 2027F เติบโตที่ 2.0%
มูลค่าหุ้นได้ถูกปรับลงสู่ฐานใหม่แล้ว
หากไม่รวม DELTA ดัชนี SET ซื้อขายที่ PE ต่ำเพียง 12.4 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่เห็นเมื่อราว 15 ปีก่อน ซึ่งหากรวม DELTA ดัชนี SET อยู่ที่ 14.4 เท่า PE ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี และ 15 ปีที่ราว 18.0 เท่า เราคาดว่ามูลค่าที่ต่ำนี้จะเอื้อให้เกิดการฟื้นตัวของตลาดในวงกว้าง เราไม่เห็นธีมการลงทุนที่โดดเด่นจากการเลือกตั้งมากนัก จึงให้น้ำหนักกับหุ้นระยะยาวที่มีการเติบโตของกำไรที่ดี และซื้อขายที่ PEG ที่ต่ำ เราคงเป้าดัชนี SET ปี 2026F ไว้ที่ 1,380 จุด และเปลี่ยนหุ้น Top Picks โดยแทนที่ AMATA ด้วย TIDLOR
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
