Uncategorized 29 May 2026, 06:11

MINT (BUY) – ผลกระทบจากสงครามมีจำกัด–Target Price Bt35.00, Price Bt22.50


แม้โรงแรมของ MINT ในยุโรปจะตั้งอยู่ค่อนข้างใกล้กับตะวันออกกลาง แต่สงครามอิหร่านยังส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานจำกัด เราจึงยังคงแนะนำ “ซื้อ” MINT เนื่องจากมองว่าหุ้นยังมีมูลค่าถูก ซื้อขายที่ 2026 PE เพียง 14.7 เท่า เทียบกับ EPS ที่เติบโตที่แข็งแกร่งที่ 8/15/13% ในปี 2026-28F

การเติบโตยังแข็งแกร่ง และมูลค่าน่าสนใจ; แนะนำ “ซื้อ”

เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” MINT เนื่องจาก 1) แม้ว่าธุรกิจโรงแรมในยุโรปของบริษัท (คิดเป็น 65% ของรายได้ปี 2025) จะอยู่ใกล้กับตะวันออกกลาง แต่สงครามอิหร่านยังส่งผลกระทบต่ออัตราการเข้าพัก และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (ARR) ค่อนข้างจำกัด โดยทั้งสองตัวเลขยังคงเติบโต ขณะที่ต้นทุนค่าไฟฟ้ามีการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงไว้แล้ว 2) ธุรกิจในไทยยังอ่อนตัว จากการปรับปรุงโรงแรมและปัจจัยกดดันระยะสั้น แต่คาดว่าทั้งปียังคงเติบโต 3) แม้เราจะปรับลดกำไรปกติปี 2026-2028 ลง 3/3/4% เพื่อสะท้อนการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ลักษณะคล้ายทุน (Perpetual Bonds) ด้วยเงินกู้ระยะสั้น (Bridging Loan) และสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนใหม่ แต่เรายังคงคาดว่า EPS จะเติบโต 8/15/13% ในปี 2026-28F เรามองว่าสินทรัพย์คุณภาพสูงและแบรนด์ที่แข็งแกร่งของ MINT ทำให้มูลค่ายังน่าสนใจที่ 2026F PE เพียง 14.7 เท่า เราปรับราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) ลงเป็น 35.0 บาท จาก 37.0 บาท

ธุรกิจโรงแรมแข็งแกร่ง

ธุรกิจโรงแรมสร้างรายได้คิดเป็น 81% ของรายได้รวมของ MINT ในปี 2025 หลักๆ มาจากยุโรป (65%) และไทย (13%) เราคาดว่ารายได้จากธุรกิจโรงแรมจะเติบโต 7/6/5% ในปี 2026-28F หนุนโดย 1) อัตราการเข้าพัก (ไม่รวมโรงแรมรับบริหาร) จะเพิ่มขึ้นเป็น 70.7/71.7/72.5% จาก 70.1% ในปี 2025 จากความต้องการเดินทางภายในภูมิภาคยุโรปที่แข็งแกร่ง และการฟื้นตัวของการเดินทางทั่วโลกหลังสงครามอิหร่านยุติลง 2) ARR เติบโต 7/4/3% หนุนโดยการเติบโตตามปกติของธุรกิจในยุโรป และผลบวกจากการปรับปรุงโรงแรม 12 แห่งในไทย และ 3) การเพิ่มจำนวนโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของราว 1% ต่อปี ทั้งนี้ การปรับปรุงโรงแรมอนันตรา สยาม คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนส.ค. 2026 หลังปิดให้บริการบางส่วนในช่วง 2Q–3Q26

ธุรกิจอาหารมีทั้งปัจจัยบวกและลบ

ธุรกิจอาหารคิดเป็น 19% ของรายได้ของ MINT ในปี 2025 โดยไทยยังคงเป็นตลาดหลัก รองลงมาคือสิงคโปร์ ออสเตรเลีย และจีน ยอดขายสาขาเดิมลดลง 0.8% y-y  ขณะที่ยอดขายรวมทั้งระบบเติบโตเพียง 0.3% ใน 1Q26 เนื่องจากความอ่อนแอของตลาดออสเตรเลีย MINT ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอาหารผ่านกลยุทธ์ “Dual Growth Engine Strategy” โดยมุ่งเน้นการเสริมความแข็งแกร่งให้แบรนด์หลักผ่านนวัตกรรมในตลาดหลัก ควบคู่กับการสร้างปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ผ่านการเปิดตัวแบรนด์ใหม่และการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ เราคาดว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยหนุนการเติบโตในระยะยาว และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของ MINT ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เราคาดว่ารายได้ธุรกิจอาหารของ MINT จะเติบโต 2/4/5% ในปี 2026-28F

ต้นทุนยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นจากสงครามอิหร่าน ทำให้ค่าเช่า ค่าวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าสาธารณูปโภคของโรงแรมและอาหารของ MINT เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เรายังคาดว่า EBIT margin จะดีขึ้นเป็น 10.7/10.9/11.3% ในปี 2026-28F สำหรับธุรกิจโรงแรม MINT ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงต้นทุนสาธารณูปโภคในยุโรปแล้ว 95% สำหรับปี 2026 และ 50% สำหรับปี 2027 การกลับมาให้บริการเต็มรูปแบบของอนันตรา สยาม ในปลาย 3Q26 รวมถึงรายได้จากโรงแรมที่รับบริหารที่เพิ่มขึ้นยังจะช่วยหนุนอัตรากำไรด้วย ด้านธุรกิจอาหาร MINT ได้จัดหาวัตถุดิบสำหรับ 6 เดือนข้างหน้าแล้ว และยังปรับกลยุทธ์ด้านโปรโมชั่น บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุน

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version