Uncategorized 21 June 2026, 16:04

PR9 (BUY) – ก้าวสำคัญสู่การเติบโตในอนาคต –Target Price Bt21.00, Price Bt17.10


เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” PR9 โดยมองข้ามความไม่สอดคล้องระหว่างการรายได้และต้นทุนในปีนี้ไปสู่การมีรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้นซึ่งหนุนเติบโตต่อเนื่อง หลังราคาหุ้นปรับลง 35% จากจุดสูงสุดของปีก่อน ราคาหุ้นได้ถูก de-rated ลงมาที่ 16.3 เท่า 2026F PE ซึ่งเรามองว่าเป็นระดับที่น่าสนใจ

เจ็บในช่วงสั้น เพื่อผลตอบแทนระยะยาว; คงคำแนะนำ “ซื้อ”

เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” PR9 1) PR9 กำลังลงทุนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งแม้ส่งผลให้เกิดความไม่สอดคล้องระหว่างการเติบโตของรายได้และต้นทุนในปีนี้ และทำให้เราปรับลดกำไรลงเฉลี่ย 7% ต่อปี แต่เรามองว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อสร้างการเติบโตที่โดดเด่นกว่าตลาดในระยะยาว 2) เพื่อดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติมากขึ้น บริษัทจึงมีแผนเพิ่มการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เราคาดว่าสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติจะเพิ่มเป็น 31.0% ของรายได้รวมในปี 2028F จาก 25.8% ในปี 2025 และด้วยผลของ Operating Leverage (ปี 2025 อัตราการใช้เตียงอยู่ที่ 69.8% ของเตียงที่เปิดใช้งาน 204 เตียง หรือเพียง 47.5% ของจำนวนเตียงสูงสุด 300 เตียง) ทำให้เราคาดว่า EBIT Margin จะขยายตัวจาก 16.7% ในปี 2026F เป็น 17.7% ในปี 2028F และ 3) หลังจากราคาหุ้นปรับตัวลง 35% จากจุดสูงสุดของปีก่อน เราเชื่อว่ากำไรที่ทรงตัวในปีที่รายได้และต้นทุนไม่สอดคล้องกันนั้น ได้สะท้อนอยู่ในราคาหุ้นไปมากแล้ว ขณะที่หุ้นซื้อขายที่ 2026F PE เพียง 16.3 เท่า ซึ่งยังถือว่าน่าสนใจ อย่างไรก็ตาม หลังจากปรับลดกำไร ราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2026F) ของเราปรับลงเหลือ 21.0 บาท/หุ้น จาก 24.0 บาท

ปีแห่งความไม่สอดคล้องระหว่างรายได้และต้นทุน

ด้วยการเติบโตของจำนวนผู้ป่วยที่ชะลอตัวจากกภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และผลของระบบประกันสุขภาพแบบร่วมจ่าย (co-pay insurance) ใหม่ PR9 จึงมีแผนขยายความสามารถในการให้บริการ กำลังรองรับผู้ป่วย และชื่อเสียงด้านการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การลงทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และด้วยปีที่มีจำนวนผู้ป่วยอ่อนแอ เราคาดว่าอัตรากำไรจะลดลง และการเติบโตของกำไรจะหยุดชะงัก อย่างไรก็ตามยังคงมองว่าเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต การเพิ่มบริการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนสูงขึ้นจะช่วยดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติให้เพิ่มมากขึ้น โดยเราคาดว่าสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติจะเพิ่มขึ้นเป็น 31.0% ในปี 2028F จาก 25.8% ในปี 2025 และ 15.5% ในปี 2019 นอกจากนี้ เมื่อรวมกับผลของ Operating Leverage เราคาดว่า EBIT Margin จะเพิ่มขึ้นจาก 16.7% ในปี 2026F เป็น 17.7% ในปี 2028F และกำไรกลับมาโตที่ 11/8% ในปี 2027-28F

การเติบโตของจำนวนผู้ป่วยยังคงดีกว่าคู่แข่ง

แม้จำนวนผู้ป่วยจะชะลอตัวลง แต่ PR9 ยังคงมีการดำเนินงานดีกว่าคู่แข่งใน 1Q26 โดยมีรายได้โต 4% y-y เทียบกับรายได้ผู้ป่วยเงินสดของทั้งกลุ่มฯ ที่แทบไม่เติบโต รายได้ผู้ป่วยต่างชาติเติบโต 10% y-y (2% y-y ของกลุ่ม) รายได้จากผู้ป่วยไทยเงินสดเติบโต 2% y-y (-1% y-y ของกลุ่ม) เราคาดว่ารายได้ของ PR9 จะเติบโต 4/8/6% ในปี 2026F-28F และเรามองว่าผู้ป่วยตะวันออกกลาง (กาตาร์) และเมียนมา จะเป็นตลาดหลักที่มีศักยภาพสูง ขณะที่อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และบังกลาเทศ ก็เป็นตลาดที่เปิดโอกาสให้บริษัทขยายฐานผู้ป่วยได้เพิ่มเติมในระยะต่อไป

ลงทุนเพิ่ม แต่ภาระค่าใช้จ่ายลงทุนยังไม่สูงเกินไป

ในปีนี้ PR9 มีแผนลงทุนเพิ่มห้องผู้ป่วยใน (IPD) 20 ห้อง ห้อง Neuro ICU 7 ห้อง เพิ่มห้อง HD ระดับพรีเมียม เปิดคลินิกล้างไตทางช่องท้องอัตโนมัติ ลงทุนในเครื่องมือแพทย์เทคโนโลยีสูง (หุ่นยนต์ผ่าตัด Da Vinci, Biplane Angiography, HBOT รุ่นใหม่) และหอพักพยาบาลแห่งใหม่ เราคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 650/550 ลบ. ในปี 2026-27F จาก 453 ลบ. ในปี 2025 ซึ่งมองว่าเป็นระดับที่บริหารจัดการได้ เมื่อเทียบกับ EBITDA ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.2/1.4 พันลบ. ในปี 2026-27F

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version