Siam Senses – ปัจจัยบวกยังมีต่อเนื่อง
งบประมาณภาครัฐปี 2027 ดูตึงตัว แต่ไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ได้เปลี่ยนเส้นทางการเติบโตของไทยที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุนซึ่งยังมีปัจจัยหนุนต่อเนื่อง เมื่อพิจารณาจากตัวแปรทางเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ดีขึ้น เราจึงยังมอง SET ว่าคงอยู่ในวงจรขาขึ้นระยะยาว โดยคงเป้าดัชนี SET ปี 2026F ที่ 1,720
งบประมาณปี 2027 ตึงตัว แต่ปัจจัยอื่นๆ ยังคงสนับสนุนการเติบโต
งบประมาณภาครัฐปี FY27 เพิ่งผ่านการพิจารณาวาระแรกของสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นงบประมาณที่ตึงตัว โดยรายจ่ายรวมเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% มาอยู่ที่ 3.79 ล้านลบ. และการขาดดุลงบประมาณลดลงเหลือ 3.9% ของ GDP ใน FY27 จาก 4.4% ใน FY26 ความตึงตัวของงบประมาณยังสะท้อนผ่านงบลงทุนของภาครัฐที่ลดลง 8.6% อย่างไรก็ตาม การลดลงของอัตราการขาดดุลงบประมาณไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะได้ถูกระบุไว้แล้วในแผนการคลังระยะปานกลางของรัฐบาลตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา และเราไม่คิดว่าจะทำให้แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุนเปลี่ยนไป เนื่องจาก 1) การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เติบโตแข็งแกร่ง และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดที่จะสร้างการลงทุนของภาคเอกชนไปอีกหลายปี 2) รัฐบาลมีแผนใช้จ่ายในเชิงประชานิยมน้อยลง และเน้นการใช้จ่ายผ่านโครงการลงทุนมากขึ้น และใช้การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) เป็นช่องทางในการจัดหาเงินทุน 3) ด้วยรัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น อัตราการเบิกจ่ายงบประมาณจึงคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากระดับที่ต่ำมากในช่วงที่มีความไม่แน่นอนทางการเมืองเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และ 4) ในส่วนของรายจ่ายนอกงบประมาณ รัฐบาลมีแผนใช้จ่ายเงินกู้ผ่านพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) วงเงิน 4 แสนลบ. สำหรับปีนี้และปีหน้าอีกด้วย
สัญญาณบวกต่อ SET มีมากขึ้นต่อเนื่อง
จากบทวิเคราะห์ “Siam Senses – สัญญาณเชิงบวกเริ่มชัดขึ้น” วันที่ 5 มิถุนายน 2026 เรามองว่าไทยกำลังมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นในหลายด้าน ในบทวิเคราะห์นี้ เราเห็นสัญญานเพิ่มเติม โดยสัญญาณที่สำคัญที่สุดในมุมมองของเราคือ การกลับมาเติบโตของสินเชื่อ สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์กลับมาขยายตัวเล็กน้อยติดต่อกัน 4 เดือน หลังหดตัวมาเกือบ 3 ปี แม้สินเชื่อของธนาคารจะไม่ใช่ปัจจัยขับเคลื่อนเพียงตัวเดียว แต่ก็มีบทบาทสำคัญในการหนุนการเติบโตของปริมาณเงินในระบบ โดยปริมาณเงินเติบโตเกิน 5% y-y ใน 5M26 อัตราการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลก็ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดของปีก่อน 8% y-y ใน 9MFY26 ยอดขายรถยนต์ในประเทศมีแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดแล้ว โดย 5M26 เติบโต 14% y-y แม้ไทยยังคงขาดดุลบัญชีเดินสะพัด แต่เรามองบวก การส่งออกโต 17% y-y และการนำเข้าที่ไม่ใช่น้ำมันโต 35% y-y ใน 5M26 และมีการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรของบริษัทโดยตลาดต่อเนื่อง
มุมมองเชิงบวกขยายไปสู่หลายภาคส่วนมากขึ้น
ธีมการลงทุนของเราขยายวงกว้างขึ้นจากเดิมที่อิงกับรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ นโยบายที่เน้นการลงทุน FDI ที่เฟื่องฟู และกระแส AI ทั่วโลก ไปสู่ปัจจัยบวกใหม่ ได้แก่ สินเชื่อที่กลับมาเติบโต การบริโภคที่เริ่มทรงตัว และการประหยัดต้นทุนอย่างยั่งยืน ด้วยปัจจัยหนุนที่มากขึ้น เราคาดว่าจะมีกลุ่มอุตสาหกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนดัชนี SET เพิ่มขึ้น จากเดิมที่นำโดยกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภค และอิเล็กทรอนิกส์ ไปสู่กลุ่มธนาคารพาณิชย์และค้าปลีก ขณะเดียวกัน การลงทุนด้านดิจิทัล และ IT ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนบริษัทได้อย่างยั่งยืน และเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรของบริษัทต่างๆ
เปลี่ยนหุ้น Top picks
เรายังคงเป้าดัชนี SET ปี 2026F ที่ 1,720 จุด แต่ปรับหุ้น Top Picks จำนวน 2 ตัว โดยเรา เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มสาธารณูปโภคมากขึ้นด้วยการเพิ่ม BGRIM และได้เพิ่ม GLOBAL เข้าเป็น Top Pick ของเรา แทนที่ CK และ ADVANC ส่วนหุ้น Top Picks อื่นๆ ยังคงเดิม ซึ่งได้แก่ GULF, KTB, AOT, AMATA, TRUE, STECON, CPN และDELTA
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
