PYLON (BUY) – เติบโตแข็งแกร่ง – Target Price Bt5.50, Price Bt4.50
ด้วยงานในมือที่สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1.6 พันลบ. อัตรากำไรที่ดีขึ้นจากผลของ operating leverage และงานที่มีมูลค่าสูงจากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เราเชื่อว่า PYLON จะมีกำไรเติบโตแข็งแกร่งที่ 53% y-y ในปีหน้า ที่ PE ที่ 15/14 เท่า ในปี 2023-24F เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีก่อนช่วงโควิดที่ 24 เท่า เราแนะนำ “ซื้อ” PYLON
คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เราปรับกำไรของ PYLON และคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2023F ที่ 5.5 บาท/หุ้น โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) การเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งในปีหน้าจากมูลค่างานในมือที่สูงเป็นประวัติการณ์ และอัตราการดำเนินงานที่สูงขึ้นทำให้อัตรากำไรดีขึ้น 2) งานที่มีมูลค่าสูงที่มีศักยภาพอย่างโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ประมูลในปีนี้จะเริ่มก่อสร้างในปีหน้า และ 3) มีมูลค่าที่น่าสนใจ ด้วยซื้อขายที่ PE ที่ 15 เท่า ในปี 2023F และ 14 เท่า ในปี 2024F เทียบกับค่าเฉลี่ย 24 เท่า ในช่วงก่อนโควิดปี 2015-19
มีรายได้แน่แล้วราว 90% ของคาดการณ์รายได้ปี 2023F ของเรา
แม้ว่าตลาดอาคารสูงจะยังอ่อนแอ แต่ PYLON สามารถได้รับงานใหม่จากโครงการอาคารพาณิชย์และโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้มูลค่างานในมือ (Backlog) สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1.6 พันลบ. ณ เดือนพฤศจิกายน 2022 ด้วยสมมติให้มีรายได้ 222 ลบ. ใน 4Q22F เราคาดว่ามูลค่างานในมือที่เหลืออยู่ของ PYLON ที่ 1.4 พันลบ. จะถูกรับรู้เป็นรายได้ในปีหน้า ซึ่งคิดเป็น 90% ของประมาณการรายได้ปี 2023F ของเราแล้ว นอกจากนี้ ด้วยมีงานมูลค่าสูงอย่างโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และสายสีส้มตะวันออก การขยายสนามบินอู่ตะเภา และสนามบินดอนเมืองเฟส 3 ซึ่งมีกำหนดจะเริ่มก่อสร้างในปี 2023-24F เราจึงคาดว่ามูลค่างานใหม่ของ PYLON จะอยู่ที่ 1.6-1.7 พันลบ. ในปี 2023-24F เทียบกับ 1.1 พันลบ. ในปี 2022F, 1.8 พันลบ. ในปี 2021 และ 1.6 พันลบ. ในปี 2019
กำไรเติบโต 53% ในปีหน้า
เนื่องจากได้ประโยชน์จาก operating leverage จากอัตราการดำเนินงานที่สูงขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นของ PYLON จึงฟื้นตัวเป็น 20% ใน 9M22 เทียบกับ 14% ในปี 2020, 22% ในปี 2020 และ 26% ในปี 2019 และด้วยแรงกดดันด้านต้นทุนที่ลดลงจากราคาเหล็กที่ลดลง ปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้รับการแก้ไข และการแข่งขันประมูลน้อยลงจากความต้องการงานตอกเสาเข็มที่สูงขึ้น เราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ จะฟื้นตัวต่อเนื่องเป็น 23% ในปี 2023-24F ผลักดันให้กำไรเติบโต 53% y-y ในปี 2023F และ 5% y-y ในปี 2024F นอกจากนี้ เรายังประเมินว่าการฟื้นตัวของกำไรที่แข็งแกร่งจะผลักดันให้ ROE กลับมาอยู่ที่ 19-20% ในปี 2023-24F จาก 14% ในปี 2022F และ 4% ในปี 2021 และ ROA เป็น 14-15% จาก 11% ในปี 2022F และ 3% ในปี 2021
กำไรสะดุดใน 4Q แต่เป็นโอกาสในการเข้าซื้อ
เราคาดว่ากำไรของ PYLON ในไตรมาสนี้จะลดลง 27% q-q เนื่องจากหลายโครงการแล้วเสร็จตั้งแต่ช่วงปลาย 3Q22 ทำให้บริษัทฯ ต้องใช้เวลาในการย้ายเครื่องจักรไปยังไซต์ก่อสร้างใหม่ ส่งผลให้อัตราการดำเนินงานลดลง อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการสะดุดในระยะสั้น และผู้บริหารเห็นอัตราการดำเนินงานฟื้นตัวกลับมาที่ 80-85% แล้ว ดังนั้น หากราคาหุ้นถูกกระทบเนื่องจากผลการดำเนินงานที่อ่อนแอใน 4Q22 เรามองว่าเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้น
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
