Siam Senses – ตัวช่วยเศรษฐกิจ
ปัจจัยภายนอกเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทย และทั้ง 3 ปัจจัยมีแนวโน้มที่ดี คือการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ การส่งออก และการท่องเที่ยว เรามองว่าปัจจัยเหล่านี้จะช่วยผลักดัน GDP ให้เติบโตสวนทางกับความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือนที่สูงได้
ปัจจัยจากภายนอกมีแนวโน้มที่ดี
การท่องเที่ยว การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และการส่งออก เป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญสามประการสำหรับเศรษฐกิจไทย ในขณะที่การท่องเที่ยวคิดเป็น 9% และการส่งออกคิดเป็น 71% ของ GDP การยื่นขอ BOI ทำสถิติสูงสุดใหม่ ด้วยคิดเป็น 5% ของ GDP และการยื่นขอจากต่างประเทศอยู่ที่ 4% การท่องเที่ยวมีความแข็งแกร่ง และเรามองว่าเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นเทรนด์หลักระยะยาว (mega trend) การส่งออกมีความแข็งแกร่งมากกว่าที่คาดไว้ และเราเห็นว่าแนวโน้มจะดีขึ้นในระยะยาว เนื่องจากได้รับประโยชน์จากรอบการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศรอบใหม่เริ่มในปี 2022 และเราคาดว่ารอบนี้จะอยู่นาน การลงทุนเป็นแรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจที่สร้าง value chain ระยะยาว ตั้งแต่มูลค่าที่ดินไปจนถึงการก่อสร้าง การจ้างงาน และการส่งออก
ปัจจัยเหล่านี้ช่วยหนุนเศรษฐกิจในประเทศ
ความยั่งยืนของปัจจัยภายนอกเหล่านี้ช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจภายในประเทศเติบโต การท่องเที่ยวช่วยสร้างงานและค่าจ้าง ตลอดจนกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ การส่งออกช่วยสนับสนุนการจ้างงาน การบริโภค และจะหนุนการลงทุนในที่สุดเมื่อมีความจำเป็นต้องขยายกำลังการผลิต การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมีลักษณะเป็นวัฏจักรระยะยาว (structural cycle) มากกว่า และสร้างผลคูณทวีทางเศรษฐกิจ และ value chain มากกว่าปัจจัยอื่นๆ เรามองว่าการเติบโตของปัจจัยภายนอกเหล่านี้จะช่วยผลักดันการเติบโตของปัจจัยภายในประเทศ เช่น การบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน ด้วยเช่นกัน
GDP มีแนวโน้มการขยายตัวดีขึ้น
เนื่องจากปัจจัยภายนอกที่มีแนวโน้มดีขึ้น เราจึงคาดว่า GDP จะเติบโตเพิ่มขึ้นที่ 2.6/3.3/3.5% (จาก 2.6/3.3/3.4%) ในปี 2024-26F ทั้งนี้ แม้เราจะปรับเพิ่มสมมติฐานค่าเงินบาทให้แข็งค่าขึ้นก็ตาม สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนนโยบายในประเทศ นโยบายการคลังเริ่มผ่อนคลายลงตั้งแต่เดือนพ.ค. โดยการใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นในปีหน้าจากงบประมาณปี 2025 ที่สูงขึ้น และการใช้จ่ายที่ต่อเนื่องมาจากงบประมาณปี 2024 ใช้ไม่หมด แม้สภาวะทางการเงินจะยังตึงตัวมาก เนื่องจากธนาคารต่างๆ ยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ แต่ธปท. ได้เริ่มใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกที่ 25bp ในเดือนตุลาคม และเราคาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 25bp ใน 1H25F มาอยู่ที่ 2.0% เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น เราคาดว่าภาวะการเงินจะค่อยๆ ผ่อนคลายลงในปี 2025F
แต่ไม่ใช่ blue sky scenario
เรายังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อดัชนี SET โดยมีเป้าหมายในปี 2025F ที่ 1,620 จุด นโยบายการคลังของไทยที่ตึงตัวมาสองปีได้เริ่มผ่อนคลายลงตั้งแต่กลางปีนี้ และเราคาดว่าจะตามมาด้วยภาวะทางการเงินที่ผ่อนคลายในปีหน้า แต่เศรษฐกิจไทยยังห่างจาก blue sky scenario มาก เนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงของไทย และการขาดปัจจัยความมั่งคั่ง (wealth effect) เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์ยังมีอุปสงค์ที่อ่อนแอ Upside ต่อเป้าหมาย SET ของเราอยู่ที่มาตรการของรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในบทวิเคราะห์นี้ เนื่องจากราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นสูงแล้ว เราจึงแทนที่หุ้น DELTA ในพอร์ตของเราด้วย MTC ซึ่งได้ประโยชน์จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
