Uncategorized 3 Aug 2026, 06:37

Bank Sector (Overweight) – กลับมาเติบโตอีกครั้ง


เรามองว่ากลุ่มธนาคารเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่เหมาะสำหรับกลยุทธ์ซื้อและถือเพื่อเกาะไปกับการเติบโตของ SET ในระยะยาว โดยปัจจัยหนุนหลักกำลังเปลี่ยนจากการบริหารเงินกองทุนไปสู่การกลับเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตของกำไรอีกครั้ง เรายังคงให้น้ำหนักลงทุน “OVERWEIGHT” กลุ่มธนาคาร โดย KTB และ KKP เป็น Top Picks ของเรา

กลับเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตอีกครั้ง  

เรายังคงน้ำหนักลงทุน “OVERWEIGHT” กลุ่มธนาคาร โดยคาดว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่เหมาะสำหรับกลยุทธ์ “ซื้อและถือ” ตามมุมมองเชิงบวกระยะยาวต่อดัชนี SET 1) เราคาดว่ากลุ่มจะกลับเข้าสู่การเติบโตของกำไรรอบใหม่ โดยคาดว่าจะโตเฉลี่ย 11% ต่อปี ในปี 2027-28F 2) มีปัจจัยหนุนหลายประการ ทั้งการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม การกลับมาขยายตัวของสินเชื่อ Credit Cost ที่ลดลง และการควบคุมต้นทุนที่มีวินัย 3) ด้วยสินเชื่อยังคงเติบโตไม่มาก และสภาพคล่องส่วนเกินยังคงสูง การบริหารเงินกองทุนจึงยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งหนุนให้ dividend yield ของกลุ่มอยู่ในระดับที่น่าสนใจที่ 6/7% ในปี 2026-27F และ 4) ROE มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง จากกำไรที่เติบโตและการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง ซึ่งเราคาดว่าจะนำไปสู่การ re-rating หุ้นกลุ่มธนาคาร จาก P/BV เฉลี่ยที่ 1.0 เท่า เป็น 1.3 เท่า เทียบกับ ROE ที่ 9% ในปี 2027F

ปัจจัยหนุนการเติบโตจะครบถ้วนตั้งแต่ปี 2027F

เราคาดว่ากลุ่มฯ จะกลับเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตของกำไรอีกครั้ง โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตเฉลี่ย 11% ต่อปี ในปี 2027-28F หลังหดตัวลง 4% ในปี 2026F โดยเราคาดว่าจะได้แรงหนุนจากปัจจัยบวกที่ครบถ้วน ได้แก่ 1) สินเชื่อที่กลับมาเติบโต 3% ต่อปี 2) NIM ฟื้นตัวเป็น 2.81/2.91% จาก 2.73% ในปี 2026F 3) รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต 8% ต่อปี หนุนโดยธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth) 4) Credit Cost ลดลงจาก 132bps ในปี 2026F เหลือ 115bps ในปี 2028F และ 5) อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงจาก 44.1% ในปี 2026F เหลือ 42.7% ในปี 2028F

อยู่ในช่วงที่เพิ่มเงินปันผลได้ไม่ยาก

ในช่วง 2 ปีที่การเติบโตอ่อนแอ ธนาคารได้ใช้กลยุทธ์บริหารเงินกองทุนอย่างเข้มข้น ทั้งการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล และการซื้อหุ้นคืน ทำให้ ROE และ yield ปรับตัวดีขึ้น พร้อมทั้งช่วยให้มูลค่าหุ้นได้รับการ Re-rating ปัจจุบันเมื่อกำไรกลับเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ เรามองว่าทั้งเงินปันผล และ ROE สามารถเพิ่มขึ้นพร้อมกับการเติบโตของกำไรได้ นอกจากนี้ การเติบโตของกำไรรอบใหม่นี้มีแรงหนุนหลักจากรายได้ค่าธรรมเนียม ซึ่งใช้ฐานเงินทุนน้อยกว่าการเติบโตที่มาจากสินเชื่อ เราจึงยังคงเห็นโอกาสในการเพิ่มอัตราการจ่ายปันผลได้เป็น 70% ในปี 2026-27F จาก 68% ในปี 2025 ด้วยเหตุนี้ เราจึงคาดว่ากลุ่มฯ จะยังคงให้ yield เฉลี่ยที่ 6/7% ในปี 2026-27F

KTB และ KKP เป็น Top Sector Picks ของเรา

KTB เป็น Top Pick ของเราในกลุ่มฯ มีความสามารถในการทำกำไรมากสุดที่ ROE ที่ 11% เมื่อเทียบกับธนาคารใหญ่ และมี EPS โต 12% ในปี 2027F และให้ yield 6% เรามองว่า KTB เป็นหุ้นคุณภาพที่ได้ประโยชน์จากการกลับมาเติบโตของสินเชื่อ ด้วยมีสัดส่วนสินเชื่อที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและสินเชื่อภาครัฐในระดับสูง KKP เป็นอีก Top Pick ของเรา ด้วยคาดว่ากำไรจะโตสูงที่สุดในกลุ่มฯ เฉลี่ยปีละ 20% ในปี 2026-28F และให้ yield สูงที่สุดในกลุ่ม สำหรับ KBANK จัดเป็นตัวเลือกอันดับสาม จากคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งขึ้น และธุรกิจ Wealth ที่โดดเด่น ขณะที่ปรับคำแนะนำ BBL ขึ้นเป็น “ซื้อ” จาก ถือ เนื่องจากรอบการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสิ้นสุดลง และสินเชื่อภาคธุรกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว ด้าน SCB ยังคงแนะนำ “ซื้อ” จาก yield ที่สูง แต่เราชอบน้อยที่สุดในบรรดาธนธนาคารใหญ่ เนื่องจากกังวลต่อคุณภาพสินทรัพย์ ส่วน TISCO ยังคงนะนำ “ถือ” เพราะมูลค่าหุ้นที่ค่อนข้างแพง

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version