Equity Market Strategy 25 June 2022, 15:43

Siam Senses – แรงกดดันใกล้เข้ามา


เราคาดว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นล่าสุดจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่านำเข้าของไทย และน่าจะนำไปสู่แรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้นสำหรับผู้ผลิต เราคิดว่าซัพพลายเออร์ยานยนต์ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ขณะที่กลุ่มวัสดุก่อสร้าง  อิเล็กทรอนิกส์ และบรรจุภัณฑ์มีความเสี่ยงมากที่สุด

ราคาพุ่ง และแรงกดดันต่อต้นทุน

เราคิดว่าการรุกรานยูเครนของรัสเซียจะส่งผลกระทบยาวนานต่อราคาพลังงาน แต่ส่งผลน้อยกว่าต่อโลหะและสินค้าเกษตร เราคาดว่าการนำเข้าของไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก และบริษัทต่างๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการผลิต จะอยู่ภายใต้แรงกดดัน การวิเคราะห์ของเราชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านลบที่อาจเกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง กระดาษ และอิเล็กทรอนิกส์ แต่กระทบน้อยกว่าต่ออุตสาหกรรมยายนยนต์และอาหาร

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้น

เราคิดว่าการรุกรานยูเครนของรัสเซียจะส่งผลกระทบหลายระดับต่อราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ เราเชื่อว่าผลกระทบต่อพลังงานจะรุนแรงและยาวนานที่สุด เนื่องจากยุโรปพยายามแยกตนเอง (decouple) ออกจากอุปทานของรัสเซียด้วยเหตุผลทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical) ซึ่งเห็นได้ชัดจากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ขณะที่ผลกระทบต่อโลหะน่าจะอยู่ในระยะกลาง เพราะรัสเซียไม่ใช่ผู้ผลิตโลหะรายใหญ่ ยกเว้นนิกเกิล อย่างไรก็ตามเราคาดว่าอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์จะสามารถเติมเต็มช่องว่างนี้ได้ ส่วนสินค้าเกษตร เราคาดว่าผลกระทบจะค่อนข้างสั้น เพราะผู้บริโภครายใหญ่ (จีน, อินเดีย) และผู้ส่งออก (สหรัฐฯ บราซิล แคนาดา ออสเตรเลีย) เพิ่มพื้นที่เพื่อตอบสนองต่อราคาที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน

มูลค่าการนำเข้าของไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เราคิดว่าผลกระทบมากที่สุดต่อมูลค่าการนำเข้าของประเทศไทยอยู่ที่พลังงาน ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างมาก การนำเข้าน้ำมันดิบเป็นรายการที่ใหญ่ที่สุด เนื่องจากไทยนำเข้า 80% ของความต้องการน้ำมันดิบ หากราคาน้ำมันอยู่ที่ US$100/bbl เราคาดว่ามูลค่าการนำเข้าน้ำมันของไทยจะสูงถึง US$40bn ในปี 2022F เพิ่มขึ้นราว 67% y-y และเทียบเท่ากับราว 7% ของ GDP ความต้องการก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของไทยกำลังเพิ่มขึ้นเช่นกัน และการนำเข้า LNG อาจเพิ่มขึ้นสองเท่าเป็น US$8bn ในปี 2022F เทียบกับ US$3.8bn ในปี 2021 มูลค่าการนำเข้าพลังงานที่เพิ่มขึ้นน่าจะสร้างแรงกดดันมากขึ้นต่อภาระเงินอุดหนุนของรัฐบาล สำหรับโลหะ ทองแดง และอลูมิเนียม คิดเป็นสัดส่วนการนำเข้าที่ใหญ่ที่สุดสำหรับประเทศไทย โดยแต่ละรายการมีมูลค่าราว US$7bn ในปี 2022F ขณะที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอาหารน่าจะได้รับผลกระทบที่จำกัด สุดท้ายนี้ ประเทศไทยไม่ได้พึ่งพาการนำเข้าสินค้าเกษตรมากนัก แต่เราอาจเห็นผลกระทบจากราคาถั่วเหลืองและข้าวโพดที่สูงขึ้นต่อต้นทุนอาหารสัตว์และราคาเนื้อสัตว์

อัตรากำไรของผู้ผลิตไทยอาจอยู่ภายใต้แรงกดดัน

การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ในวงกว้างจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัทผู้ผลิตที่เราทำบทวิเคราะห์ เราได้วิเคราะห์บริษัทผู้ผลิต 14 ราย เพื่อดูผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อต้นทุนและอัตรากำไรของบริษัทเหล่านี้ เราเชื่อว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงที่อัตรากำไรจะถูกกระทบเชิงลบมากที่สุด คือกลุ่มวัสดุก่อสร้าง กระดาษ และอิเล็กทรอนิกส์ ในขณะที่ ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด สำหรับผู้ผลิตเครื่องดื่ม (OSP, CBG) การปรับเพิ่มราคาอาจช่วยลดแรงกดดันต่ออัตรากำไรที่ถูกกระทบจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนอะลูมิเนียม ส่วน STARK เป็นกรณีเฉพาะ เนื่องจากบริษัทฯ กำหนดราคาโดยอาศัยต้นทุนเป็นฐาน (cost-based basis)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version