STARK (BUY) – เจ้าตลาดสายไฟฟ้า – Target Price Bt5.00, Price Bt3.80
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ STARK ซึ่งเป็นผู้ผลิตสายไฟ และสายเคเบิลชั้นนำในอาเซียน ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” และให้ราคาเป้าหมายอิงวิธี DCF ที่ 5.0 บาท เราคาดกำไรจะเพิ่มขึ้นได้สามเท่าในสามปีจากการขยายตลาดไปยังเวียดนาม และมีแรงหนุนจากความต้องการใช้งานสายเคเบิลที่แข็งแกร่ง ในภูมิภาค เพื่อเตรียมก้าวเข้าสู่ยุค EV และเมืองอัจฉริยะ
เริ่มต้นบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.0 บาท
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ STARK ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจาก 1) เรามองว่า STARK เป็นผู้นำด้านการผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิล โดยเป็นรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับที่ 14 ของโลกหลังขยายกิจการด้วยการเข้าซื้อโรงงานในเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่มีการเติบโตสูง โดยเราคาดจะช่วยให้ STARK มีส่วนแบ่งตลาดและอัตรากำไรสูงขึ้นจากการเข้าไปขายผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ในเวียดนาม 2) เรามอง STARK เป็นหุ้นเติบโต โดยเราคาดการณ์กำไรเพิ่มขึ้น 3 เท่าใน 3 ปี หรือเทียบเป็นการเติบโตที่ 62%/40%/32% ในช่วงปี 2021-23F และ 3) STARK มีความสามารถการทำกำไรสูงที่ ROE 41% ในปี 2021F และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เราประเมินมูลค่า STARK ด้วยวิธี DCF บนปีฐาน 2022F ได้ที่ 5.0 บาท และจากการมีแนวโน้มการเติบโตกำไรสูง เรามองว่าราคาหุ้นไม่ได้แพงที่ PE ที่ 34 เท่า ปี 2021F และลดเหลือ 24 เท่า ในปี 2022F
รากฐานแข็งแรงสำหรับการเติบโต
STARK ดำเนินงานภายใต้แบรนด์ “Phelps Dodge” มีส่วนแบ่งตลาดราว 30% ในตลาดสายไฟฟ้าและเคเบิลในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีผู้ขายน้อยราย โดยมีผู้เล่นหลักสามรายครอบครองส่วนแบ่งกว่า 60% แม้ว่าปัจจุบันจะถือครองโดยเจ้าของใหม่ แต่ STARK นั้นอยู่ในธุรกิจมากว่า 50 ปีแล้ว และเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในไทยที่สามารถผลิตสายไฟฟ้าแรงสูงพิเศษ (230kV และ 500kV) ได้ STARK เพิ่มกำลังการผลิตรวมเป็น 2 เท่าในปีที่แล้ว จากการเข้าซื้อโรงงานในไทยและผู้ผลิตสายไฟและสายเคเบิลรายใหญ่ที่สุดในเวียดนาม คือ ThiPha Cable ซึ่งเหล่านี้เป็นรากฐานของแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งในอีกหลายปีข้างหน้า
คาดกำไรเพิ่ม 3 เท่า ใน 3 ปี
เราคาดกำไรของ STARK จะเพิ่มขึ้นสามเท่า เป็น 3.3 พันลบ. ในปี 2023F จาก 1.1 พันลบ. ในปี 2020 โดยมีปัจจัยหนุนการเติบโต ได้แก่ 1) ความต้องการสายเคเบิลมูลค่ากว่า 2 แสนลบ. เพื่อรองรับการลงทุนของรัฐบาลไทยในปี 2021-25F ในการขยายสายส่ง การเดินสายเคเบิลใต้ดินในเมืองสำคัญ และการก่อสร้างรถไฟฟ้า 2) การขยายสายส่ง และการก่อนสร้างโรงไฟฟ้าในเวียดนามเพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 3) ปริมาณการขายและมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้นจากการรุกตลาดเคเบิลระดับไฮเอนด์ในเวียดนามเพื่อทดแทนการนำเข้า และ 4) มีคำสั่งซื้อในมือแล้วกว่า 9 พันลบ. ใน 2H21F
อัตรากำไรเพิ่มขึ้น
เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ STARK จะเพิ่มขึ้นเป็น 24% ในปี 2023F จาก 18% ในปี 2020 ซึ่งได้แรงหนุนจากการมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ที่เพิ่มขึ้น อัตราการใช้การผลิตที่เพิ่มขึ้น และประโยชน์จากขนาด เราคาดว่าสายเคเบิลแรงปานกลางถึงสูงจะมีสัดส่วนเป็น 38% ของรายได้ในปี 2023F (จาก 33% ในปี 2020) หนุนโดยเทรนด์ของการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศเพื่อรองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และสมาร์ทกริด เราคาดว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตจะเพิ่มเป็น 73% ในปี 2023F จาก 51% ในปี 2020 และจากการที่ STARK ได้กลายเป็นผู้ผลิตสายไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในอาเซียนหลังเข้าซื้อกิจการ ThiPha ในปีที่แล้ว เราคาดอำนาจการต่อรองราคาที่สูงขึ้นจะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบ (>80 % ของ COGS) ได้ด้วย

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
