Company Equity 26 July 2021, 13:56

CKP (BUY) – กำไรมีแนวโน้มแข็งแกร่ง – Target Price Bt7.50, Price Bt5.60


เรายังแนะนำ “ซื้อ” CKP โดยมองว่ากำไรที่คาดเติบโต 56% y-y ใน 2H21F เป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้น ปริมาณน้ำที่มากในช่วงไฮซีซั่นของภูมิภาคเป็นแรงหนุนหลัก รวมทั้งผลบวกจากการที่ CKP ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโครงการไซยะบุรีไปเมื่อเดือนมิถุนายน นอกจากนี้เรายังเชื่อว่าโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางจะได้รับ PPA ในไม่ช้า

คงคำแนะนำ “ซื้อ”

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” CKP โดยคาดจะมีปัจจัยผลักดันราคาหุ้น 3 ประการหลัก คือ 1) เราคาดว่ากำไรจะเติบโต 56% y-y ใน 2H21F ด้วยเป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำมากในภูมิภาคอินโดจีน ซึ่ง 83% ของกำลังการผลิตรวมของ CKP มาจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2) CKP เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโครงการไซยะบุรีเป็น 42.5% (จาก 37.5%) เมื่อปลาย 2Q21 และ 3) เราเชื่อว่าโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งใหม่ – โครงการหลวงพระบาง ซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,460MW จะได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ในไม่ช้า ราคาเป้าหมาย (DCF-based SOTP-TP บนปี 2022F) ของเราอยู่คงตัวที่ 7.5 บาท/หุ้น เนื่องจากมูลค่าที่สูงขึ้นจากการลงทุนเพิ่มในไซยะบุรีถูกชดเชยด้วยแนวโน้มการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่อ่อนแอที่กว่าเราคาดไว้เดิมเนื่องจากราคาต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยบวกที่กำลังจะเข้ามาในช่วงเวลาอันสั้น เรามองราคาหุ้นที่ลดลง 11% จากจุดสูงสุดของปีนี้เป็นโอกาสในการเข้าซื้อ

การผลิตที่แข็งแกร่งจากโครงการพลังงานน้ำ

เราคาดปริมาณการผลิตไฟฟ้ารวมจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 แห่งจะเพิ่มขึ้น 14% y-y ใน 2H21 โดยได้แรงหนุนจากปริมาณน้ำที่มากขึ้นอย่างมากในภูมิภาคอินโดจีนเทียบกับปีก่อน โดยโครงการไซยะบุรีสามารถดำเนินการผลิตด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าครบทั้ง 7 เครื่องมาแล้วกว่าสามเดือน (ตั้งแต่กลางเดือนพ.ค.) เทียบกับปีก่อนที่เดินเครื่องเต็มที่เพียง 1.5 เดือน จากปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงที่ดีกว่าปีก่อนมาก ส่วนโครงการน้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น 66% y-y ใน 1H21 ซึ่งเรามองว่าเป็นปัจจัยหนุนที่ดีที่จะช่วยรักษาปริมาณการผลิตให้สูงได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้ เราปรับประมาณการกำไรปี 2021F ขึ้น 3% จากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่สูงกว่าที่เราคาดไว้เดิม

มีสัดส่วนการถือหุ้นในไซยะบุรีเพิ่มขึ้น

CKP มีการลงทุนเพิ่มเติม 1.83 พันลบ. ในโครงการไซยะบุรีเมื่อปลายเดือนมิถุนายน ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นในโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 42.5% (จาก 37.5%) เราประเมิณอัตราผลตอบแทนในรูปของ EIRR ที่สูงถึง 23% หรือ 0.26 บาท/หุ้น และคาดจะทำให้ส่วนแบ่งกำไรจากไซยะบุรีเพิ่มขึ้น 150 ลบ. (หลังหักดอกเบี้ยจ่ายจากการลงทุน) ซึ่งจะทำให้ฐานกำไรของ CKP สูงขึ้น 8% ซึ่งการลงทุนนี้เป็นปัจจัยหลักหนุนการคาดการณ์ของเราที่ว่ากำไร CKP จะเติบโตได้ 8% ในปี 2022F

น่าจะได้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าในเร็วๆ นี้

เราคาดโครงการหลวงพระบางจะได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) จาก กฟผ. ในไม่ช้าเนื่องจาก 1) เราคาดโควตากำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าพลังน้ำในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2022) จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นประเภทของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่มีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยต่ำสุด ในขณะที่ประเทศมีแผนเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนเป็น 50% ของการผลิตไฟฟ้ารวมเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และลดอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศ 2) กลุ่มผู้ถือหุ้นได้ใส่เงินลงทุนเข้าในโครงการแล้วกว่า 5 พันลบ. เพื่อสรุปแผนงานของโครงการและเริ่มงานฐานราก ซึ่งเรามองว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจว่าโครงการจะได้รับ PPA

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version