Company Equity 27 July 2021, 08:08

AOT (BUY) – ฟื้นตัวล่าช้าออกไป – Target Price Bt69.00, Price Bt60.75


แม้รัฐบาลจะมีแผนการเปิดประเทศอีกครั้งในเดือนม.ค.ปีหน้า แต่โควิด-19 ระลอกใหม่ทำให้เรากังวลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในการเดินทางปัจจุบันเราสมมติให้ผู้โดยสารฟื้นตัวสู่ระดับปี FY19 ช้าออกไปยังปี FY24F แม้จะมีปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 69 บาท แต่เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” AOT เนื่องจากเรายังคงมองว่าเป็นตัวเล่นที่ดีที่สุดเมื่อโควิด-19 จบลง

ผู้โดยสารฟื้นตัวสู่ระดับปี FY19 ในปี FY24F

แม้ว่ารัฐบาลจะยังคงมีแผนที่จะยกเลิกข้อกำหนดการกักกันสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนที่เดินทางมาภูเก็ตใน 3Q21 อีก 5 จังหวัดใน 4Q21 และทุกจังหวัดในเดือนม.ค.2022 แต่การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ และกระบวนการรับวัคซีนที่ช้า ทำให้เรากังวลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในการเดินทาง ปัจจุบันเราสมมติให้การฟื้นตัวของผู้โดยสารสู่ระดับปี FY19 ล่าช้าออกไปยังปี FY24F แทนคาดการณ์เดิมในปี FY23F (ดู Exhibit 1-2) นอกจากนี้เรายังรวม 1) ค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นเนื่องจาก IFRS 16 และ 2) งบใช้จ่ายลงทุนที่ลดลง 4-25% ในปี FY21-23F เนื่องจากเราสมมติให้โครงการขยายสนามบินล่าช้าไป 2 ปี ดังนั้นการปรับลดประมาณการกำไรลงของเราทำให้ราคาเป้าหมายของเราลดลงเหลือ 69 บาท/หุ้น จาก 72 บาท ราคาเป้าหมายใหม่ของเราอิงปีฐาน FY22F แล้ว (งบการเงินของ AOT สิ้นงวดเดือนกันยายน)

คงคำแนะนำ “ซื้อ”

แต่อย่างไรก็ตาม เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” AOT เนื่องจาก 1) ความเสี่ยงนี้ดูเหมือนจะสะท้อนไปในราคาหุ้นแล้ว เนื่องจากราคาหุ้นลดลง 13% จากจุดสูงสุดในปีนี้หลังมีการระบาดโควิด-19 ระลอกที่สาม 2)  AOT ซึ่งเป็นผู้ผูกขาดการให้บริการสนามบินรายใหญ่ที่สุดยังคงได้ประโยชน์โดยตรงและมากที่สุดจาก operating-leverage เมื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยพลิกฟื้น และ 3) แม้ว่าสมมติให้มีผู้โดยสารระหว่างประเทศเพียง 75% ของปี FY19 แต่เราคาดว่ากำไรของ AOT จะฟื้นตัวกลับสู่ระดับปี FY19 ในปี FY23F เนื่องจากรายได้สัมปทานที่เพิ่มขึ้นจากการกลับมาใช้ประกันรายได้ขั้นต่ำสำหรับสัมปทานดิวตี้ฟรีใหม่ในเดือนเม.ย.2022 และ 4) หากรัฐบาลสามารถทำตามแผนการเปิดประเทศ เราคาดว่าราคาหุ้นจะเริ่มตอบสนองต่อข่าวเชิงบวกนี้ในปลายปี 2021

กลับมาใช้ประกันรายได้ขั้นต่ำในเดือนเม.ย.2022

เนื่องจากโควิด-19 AOT จึงละเว้นการเรียกเก็บประกันรายได้ขั้นต่ำสำหรับสัมปทานดิวตี้ฟรีจนถึงเดือนมี.ค.2022 แม้ว่าเราจะคาดว่าการฟื้นตัวของผู้โดยสารจะล่าช้าออกไป แต่เราไม่คาดว่า AOT จะขยายมาตรการช่วยเหลือหากประเทศไทยเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนเข้ามายังประเทศอีกครั้งในเดือนม.ค.2022 นอกจากนี้การประกันรายได้ขั้นต่ำจะขึ้นอยู่กับจำนวนคงที่ต่อผู้โดยสาร นั่นหมายความว่ายิ่งมีผู้โดยสารน้อยเท่าไหร่การประกันรายได้ขั้นต่ำก็จะยิ่งต่ำลงเท่านั้น การประกันรายได้ขั้นต่ำภายใต้สัมปทานดิวตี้ฟรี ณ สนามบินสุวรรณภูมิในปัจจุบันอยู่ที่ 233 บาทต่อผู้โดยสารระหว่างประเทศ เทียบกับ 97 บาท ภายใต้สัญญาก่อนหน้านี้ที่สิ้นสุดในปี FY19

การขาดเงินสดในระยะสั้นไม่ใช่เรื่องน่ากังวล

การขาดทุนอย่างต่อเนื่องในปี FY22F ที่ทำให้ AOT ขาดเงินสดในปีหน้า (เทียบกับเงินสด 2.6 หมื่นลบ. ณ สิ้น 2QFY21) ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลสำหรับเราแต่อย่างใด เนื่องจากเราไม่คาดว่า AOT จะประสบปัญหาในการขอสินเชื่อหรือออกหุ้นกู้ในปีหน้า (สูงสุด 2.5 หมื่นลบ. ตามแผนของ AOT) เนื่องจากมีสถานะเป็นเงินสดสุทธิในปัจจุบัน และสร้าง EBITDA ได้ 4.3-5.5 หมื่นลบ. หลังการฟื้นตัวของผู้โดยสารในปี FY23-24F

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version