Equity Industries 28 July 2021, 07:55

Hotel Sector (Neutral) – การฟื้นตัวล่าช้าออกไป


เราเห็น 3 ปัจจัยหลักที่กดดันกลุ่มโรงแรมไทย ได้แก่ การฟื้นตัวของกำไรที่ล่าช้าออกไป การกลับมาซื้อขายที่ valuation ก่อนเกิดโควิดปี 2019 ในปี 2023F และความเสี่ยงด้านกระแสเงินสด เราจึงปรับลดคำน้ำหนักลงทุนเป็น “NEUTRAL” จาก Overweight และเลือก CENTEL เป็น Top Pick แทน ERW

ปัจจัยกดดัน ปรับลดน้ำหนักลงทุนเป็น “NEUTRAL”

เราปรับลดน้ำหนักลงทุนกลุ่มโรงแรมเป็น “NEUTRAL” จาก Overweight ด้วยเหตุผลหลัก 3 ประการ ได้แก่ การเติบโต: การฟื้นตัวของกำไรน่าจะล่าช้าออกไป โดยคาดว่าจะมีผลขาดทุนที่ 1.6 หมื่นลบ. ในปีนี้ และต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองปีก่อนที่จะกลับสู่ระดับก่อนโควิดปี 2019 Valuation: กลุ่มฯ ซื้อขายที่ 2023F PE ที่ 32.9 เท่า และ EV/EBITDA ที่ 16.0 เท่า ซึ่งกลับสู่ระดับก่อนโควิดปี 2019 ที่ 30.0 เท่า และ 17.3 เท่า แล้ว กระแสเงินสด: กระแสเงินสดของกลุ่มฯ ยังคงมีความเสี่ยง ด้วยคาดว่ากลุ่มฯ จะมีผลขาดทุนระดับ EBITDA (ไม่รวมสิทธิการใช้) ที่ 3.6 พันลบ. ในปี 2021F เทียบกับดอกเบี้ยจ่าย (ไม่รวมดอกเบี้ยจากสัญญาเช่า) ที่ 5.1 พันลบ.

ได้รับผลกระทบมากและยืดเยื้อ

เราชอบปัจจัยพื้นฐานระยะยาวของกลุ่มฯ เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแกร่งของการท่องเที่ยวไทย แต่เรายังคงให้ความระมัดระวังต่อการฟื้นตัวของกลุ่มฯ แม้ว่าจะมีการฉีดวัคซีนในวงกว้างมากขึ้น แต่ผู้ป่วยโควิดรายใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง และเมื่อรวมกับการที่ประเทศไทยเข้าสู่การระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 การฟื้นตัวของโรงแรมไทยจึงล่าช้าออกไป ดังนั้นเราจึงปรับลดคาดการณ์กำไรของกลุ่มโรงแรมจากขาดทุน 1.7 พันลบ. เป็นขาดทุน 1.6 หมื่นลบ. ในปี 2021F และปรับลดกำไรลง 71% ในปี 2022F แต่อย่างไรก็ตามเราปรับเพิ่มกำไรขึ้น 6% ในปี 2023F สะท้อนการลดต้นทุนของกลุ่มฯ อย่างต่อเนื่องไปในระยะยาว

กระแสการท่องเที่ยว

เรามองว่าโควิด-19 มีอิทธิพลต่อกระแสการท่องเที่ยว 1) เราคาดว่านักท่องเที่ยว Gen Y และ Z และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนจะมีการฟื้นตัวที่เร็วกว่า เนื่องจากพวกเขามีความกังวลต่อไวรัสน้อยกว่า 2) ด้วยเกณฑ์การเข้าประเทศสำหรับนักท่องเที่ยว และงบประมาณของประชาชนที่จำกัด เนื่องจากปัญหาด้านเศรษฐกิจ เราจึงคาดว่านักท่องเที่ยวจะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ใกล้ขึ้น และพักในโรงแรมระดับ 3 ดาว หรือ 4 ดาว 3) ด้วยความกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อไวรัส เราจึงมองว่าโรงแรมที่มีชื่อหรือเครือโรงแรมที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่ดี จะได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจากโรงแรมขนาดเล็กในท้องถิ่น และ 4) ด้วยชีวิตวิถีใหม่ (new normal) เราคาดว่านักท่องเที่ยวจะให้ความสนใจมากขึ้นต่อกิจกรรมกลางแจ้ง และสถานที่ที่มีความแออัดน้อยในต่างจังหวัด

CENTEL เป็นหุ้นที่เราชอบที่สุด เราคาดว่า 3 ผู้ประกอบการโรงแรมที่เราทำบทวิเคราะห์จะยังคงมีผลขาดทุนอย่างมากในปีนี้ ขณะที่เราคาดว่า CENTEL และ MINT จะพลิกมามีกำไรในปี 2022F แต่ ERW จะยังคงขาดทุน ความสามารถในการทำกำไร ฐานะทางการเงิน กระแสเงินสดของ CENTEL นั้นยังแข็งแกร่งกว่าเพื่อน และมี valuation ที่ถูกกว่า ดังนั้นเราจึงเลือก CENTEL เป็น Top Pick ของเราแทน ERW เราปรับลดคำแนะนำ ERW เป็น “ขาย” จาก ซื้อ เนื่องจาก valuation ที่แพง และฐานะการเงินที่ไม่แข็งแรง เราปรับคำแนะนำ MINT ขึ้นเป็นเพียง “ถือ” เนื่องจากเรามองว่าตลาดรับรู้เรื่องราวการฟื้นตัวที่รวดเร็วในการดำเนินงานในต่างประเทศไปแล้ว

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version