Siam Senses – มาตรฐานไทย
หลังสองปีของการบริหารของรัฐบาลประยุทธ์ 2 ประเทศไทยดูเหมือนจะสับสนกับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ บทวิเคราะห์ฉบับนี้ Siam Senses ได้อธิบายถึง “มาตรฐานไทย” ซึ่งเรายังคงมุมมองตลาดอยู่ในช่วงขาขึ้นต่อเนื่องไปยังปีหน้า
นโยบายเศรษฐกิจแบบไร้ทิศทาง
ประเทศไทยดำเนินนโยบายการเงินการคลังในแบบของตัวเอง ซึ่งทำให้เศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่าศักยภาพมากว่าทศวรรษ จากนั้นรัฐบาลประยุทธ์-1 ในปี 2014-19 ได้วางแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาวผ่านการใช้จ่ายลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ตามแนวคิดเศรษฐศาสตร์แบบเคนส์ ต่อมาที่รัฐบาลประยุทธ์-2 ใน 2 ปีที่ผ่านมา ไทยกลับไปดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบไร้ทิศทาง ซึ่งเราเรียกโมเดลทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นที่รู้จักนี้ว่า “มาตรฐานไทย” ซึ่งเราเห็น 1) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะพึ่งปัจจัยภายนอกไป 2 ปีข้างหน้า และการเติบโตยังคงต่ำกว่าศักยภาพของประเทศ 2) การใช้จ่ายของรัฐบาลเน้นที่การให้สวัสดิการและด้านการบริโภคที่สร้างมูลค่าเพิ่มในระดับต่ำ 3) นโยบายการเงินที่ไม่มีประสิทธิภาพ ด้วยกับดักสภาพคล่องที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข การลงทุนภาคเอกชนจะยังคงอ่อนแอ สภาพคล่องที่เหลือจะยังคงหนุนมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินให้อยู่ระดับสูง และ 4) การใช้นโยบายการเงินแบบเดิมๆ เทียบกับประเทศอื่นที่ปล่อยเงินมาในระบบมากกว่า ค่าเงินบาทจะแข็งค่าต่อในระยะยาว
ตลาดฟองสบู่ แต่ไม่แตก
หากเราดูแค่ PE เป็นสัญญาณของฟองสบู่ นั่นหมายความว่าตลาดไทยอยู่ในสภาวะฟองสบู่แล้ว อย่างไรก็ตามเรายังคงมองว่าตลาดไทยจะยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้น (bull market) ต่อเนื่องไปยังปีหน้า เนื่องจาก “มาตรฐานไทย” ยังคงช่วยดันราคาสินทรัพย์ทางการเงิน ขณะที่มีปัจจัยที่ทำให้เกิดฟองสบู่แตกจำกัด เช่น ไม่มีอุตสาหกรรมหลักในระบบเศรษฐกิจที่เติบโตร้อนแรงเป็นฟองสบู่ นักลงทุนในตลาดทุนในมุมมองเราได้ตระหนักถึงผลการดำเนินงานของบริษัทในตลาดที่อ่อนแอ แต่การออมส่วนเกินที่มีมากในระบบได้ผลักดันให้เกิดการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินอยู่ นอกจากนี้กลุ่มอุตสาหกรรมใหญ่ที่มีมูลค่า market cap สูง เช่น กลุ่มธนาคาร กลุ่มพลังงาน และกลุ่มสื่อสาร ไม่ได้มี valuation ที่สูงเกินไป ในขณะที่กลุ่มที่มี valuation สูงก็มีผลประกอบการที่เติบโตสูงตามไปด้วย
ธีมจาก “มาตรฐานไทย”
เราเห็นว่า “มาตรฐานไทย” ทำให้เกิดธีมการลงทุนดังนี้ 1) การฟื้นตัวของโลก ซึ่งส่งผลดีต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และการส่งออก; 2) การเข้าสู่ช่วง reflation จากสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับฐานราคาจะเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจต่างจังหวัด; 3) สวัสดิการของรัฐบาลและนโยบายประชานิยมที่เอื้อประโยชน์ต่อการบริโภคในต่างจังหวัด; 4) อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำไม่สามารถทำให้เงินออมส่วนเกินไหลไปสู่การลงทุนได้ ดังนั้นเงินออมส่วนเกินจึงไปอยู่ที่สินทรัพย์ทางการเงินแทน ซึ่งหนุนให้ valuation ยังคงอยู่ในระดับสูง และ 5) สถานการณ์โควิดและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ไม่ได้มาจากนโยบายการเงินการคลังที่มีทิศทางชัดเจน แต่ละบริษัทต้องช่วยตัวเอง ส่งผลดีต่อบริษัท “big fish” (ดู Ex 23)
มุมมองในระยะใกล้
เรายังคงมุมมองเป็นบวกในระยะยาวต่อ SET ด้วยคาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวชัดเจนไปอีก 2 ปี ส่วนระยะสั้น บทวิเคราะห์ Siam Senses “ตัวกระตุ้นด้านบวกยังอยู่” วันที่ 24 มี.ค. 2021 ได้คาดว่าตลาดจะมีการพักตัวจากภาวะเงินเฟ้อชั่วคราวใน 2Q21F และแนะนำให้หันมาให้ความสำคัญกับการเลือกหุ้นมากขึ้น และด้วยตอนนี้มีการระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 เราจึงยังคงคาดว่าตลาดจะยังคงพักตัวต่อใน 2Q21F แต่เนื่องจากเรายังคงมุมมองในระยะยาวเช่นเดิม และหุ้นหลายตัวมีราคาหุ้นที่ปรับลดลงมาแล้ว เราจึงมองว่าเวลานี้เป็นช่วงการสะสมหุ้น และเราทำการเปลี่ยนหุ้น Top Pick หนึ่งตัว โดยแทนที่ MTC ด้วย MEGA

Thai Market Report
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
