Company Equity 17 May 2021, 21:37

SCB (BUY) – ปลดล็อกการเติบโตและมูลค่า – Target Price Bt120.00, Price Bt109.50


  • การปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อจัดตั้ง SCBx เป็น FinTech Holding
  • 3 ธุรกิจหลัก: ธนาคารเก่า (scb), สินเชื่อผู้บริโภค และแพลตฟอร์มดิจิทัล
  • เป้าหมาย 5 ปี = มี mkt cap 1 ล้านลบ., อัตรากำไรที่สูงขึ้น, ลูกค้า 200 ล้านคน
  • แนวโน้มที่จะได้รับการ re-rating;  แนะนำ “ซื้อ”

Analyst Meeting:

  • SCB ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่เพื่อหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักทางการเงิน ปลดล็อกการเติบโตและมูลค่า
  • บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จํากัด (มหาชน) (SCBx) จะจัดตั้งขึ้นเป็นบริษัทแม่ของกลุ่มเพื่อบริหารจัดการการจัดสรรเงินทุนและการลงทุน ผ่านการแลกเปลี่ยนหุ้นระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์ และ SCBx อัตราการแลกหุ้นจะเป็นแบบหนึ่งต่อหนึ่ง
  • ธนาคารไทยพาณิชย์จะจ่ายเงินปันผลจำนวน 70 พันลบ. ให้กับ SCBx โดย 70% จะถูกนำไปใช้ในสำหรับเงินกู้แบบไม่มีหลักประกัน บริษัทแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของ SCB และร่วมทุนกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (ADVANC) และกลุ่ม CP (CPG) เป็นต้น ส่วนที่เหลืออีก 30% จะสงวนไว้สำหรับการลงทุนและเงินปันผลในอนาคต เงินปันผล 70 พันลบ. น่าจะลดระดับเงินกองทุนขั้นที่ I ของธนาคาร SCB ลงจาก 17% เป็น 15% โครงสร้างใหม่นี้จะช่วยให้ธนาคารสามารถใช้เงินทุนส่วนเกินและสภาพคล่องส่วนเกินได้ดีขึ้น
  • ธนาคาร SCB จะถูกเพิกถอนออกจากตลาดฯ และ SCBx จะเป็นนิติบุคคลใหม่ SCBx จะมีตำแหน่งเป็น Fintech Holding โดยมี 3 ธุรกิจหลัก
  • Cash cow (ธนาคารเก่า) – สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อ SME สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ แพลตฟอร์มธนาคารดิจิทัลภายใต้ SCB easy จะอยู่ที่ธนาคาร ควบคู่ไปกับการบริหารสินทรัพย์ (asset management) แบงค์แอสชัวรันส์ และ wealth business ซึ่งเป็นธนาคารทั่วไปที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันด้านราคา และมี ROE ที่ต่ำ
  • บริการสินเชื่อผู้บริโภคและการเงินดิจิทัล ได้แก่ Card X (สินเชื่อไม่มีหลักประกัน คล้ายกับ KTC), Auto X (บริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนใน 1Q22), Alpha X (เช่าซื้อรถยนต์หรู- พันธมิตรกลุ่ม Millennium), AISCB (JV ร่วมกับ ADVANC เพื่อให้กู้ยืมดิจิทัล) และหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ เพื่อให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล
  • บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลและเทคโนโลยี SCB 10x (ผู้ลงทุนร่วมทุนใน Fintech space), Token x และการร่วมทุน 50:50 ล่าสุดกับ CPG เพื่อตั้งกองทุน ขนาด US$600-800m (จาก SCB 10x และ CPG รายละ US$100m และส่วนที่เหลือ US$400-600m จากนักลงทุนที่ได้รับการรับรอง)
  • ปัจจุบัน SCBX ได้ส่วนแบ่ง 85-90% จากธนาคารเดิม และ 10-15% จากธนาคารใหม่ ได้แก่ #2 และ #3 SCBX ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งจากธนาคารใหม่เป็นหนึ่งในสาม ใน 5 ปี นอกจากนี้ยังต้องการสร้างรายได้จากบริษัทในเครือใน #2 ผ่านการเสนอขายหุ้น IPO ในช่วง 2-3 ปี และคาดการณ์ว่า #3 จะสร้างมูลค่าที่ดี
  • เป้าหมายห้าปีของ SCBX คือการขยายฐานลูกค้าจาก 16 ล้านคน เป็น 200 ล้านคน เปลี่ยนจากการเป็นคนกลางเป็นแพลตฟอร์ม และจากธนาคารเป็น FinTech Group
  • ในแง่ของการสร้างรายได้ SCBX ตั้งเป้าไว้ที่จะมี market cap 1 ล้านลบ. (ตอนนี้อยู่ที่ 3.70 แสนลบ.) มีสัดส่วนธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น เช่น เพิ่มกำไรที่มีคุณภาพขึ้น 1.5 เท่า และมีรายได้จากของธุรกิจที่กำลังเติบโตในสัดส่วนหนึ่งในสาม

ความคิดเห็นของเรา:  

  • เรามองว่าเป็นการดำเนินการที่กล้าหาญมาก เนื่องจากเรามองว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ก้าวล้ำเพื่อหลีกเลี่ยงการหยุดชะงักทางการเงิน เป็นการปูทางสำหรับกลุ่มในการรุกเข้าไปในกลุ่มผู้ไม่มีบัญชีธนาคาร (Unbanked), long-tail และปลดล็อกมูลค่าของกลุ่มจากกับดักมูลค่า (valuation trap) ปัจจุบันของธนาคารไทย
  • เราเห็นโอกาสการเติบโตที่ดีและการเพิ่มมูลค่าของบริการสินเชื่อผู้บริโภคและการเงินดิจิทัลในอีกสามปีข้างหน้า โครงสร้างดังกล่าวจะช่วยให้ SCBx มีความยืดหยุ่น คล่องตัว และมีทีมบริหารที่มีแนวคิดของการเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จะทำให้ได้รับการ re-rate ในระยะใกล้ ตัวอย่างเช่น SCB Card X มีทรัพย์สิน 120 พันลบ. และมีส่วนแบ่งตลาด 13% เมื่อเปรียบเทียบกับ KTC ที่มีมูลค่า 90 พันลบ. ด้วยมีราคาต่อสินทรัพย์ที่ 1.8 เท่า สมมติว่าเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 10% โดยใช้ multiple ของ KTC,  Card X อาจมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 290 พันลบ. สินเชื่อจำนำทะเบียนภายใต้ Auto x ยังเป็นธุรกิจที่มีความต้องการของลูกค้าอยู่ แต่มีผู้ตอบสนองน้อย (blue ocean business) โดยซื้อขายที่ P/BV สูงที่ 4 เท่า
  • แพลตฟอร์มดิจิทัลและบริการเทคโนโลยีจะไม่เพิ่มกำไรให้ทันที แต่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับแหล่งรายได้ในอนาคตที่มีศักยภาพสูงในการสร้างมูลค่าในระยะยาว
  • แม้จะมีกลยุทธ์ที่เน้นการเติบโต แต่ SCBX จะยังคงจ่ายเงินปันผลที่ดี โดยมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลขั้นต่ำที่ 30% (ระดับเดียวกับธนาคารไทยพาณิชย์) ธนาคารไทยพาณิชย์ยังตั้งเป้าที่จะรักษางบดุลและฐานะเงินกองทุนที่มั่นคงด้วยอัตราส่วน CAR ขั้นต่ำที่ 16-16.5%
  • หากไม่มีการปรับโครงสร้างใหม่ SCB ได้ซื้อขายที่ระดับที่มีพรีเมียมเมื่อเทียบกับกลุ่มธนาคารแล้ว ราคาหุ้นปรับตัวดีมาก และมีความเป็นไปได้ว่าผลประโยชน์จากการปรับโครงสร้างองค์กรดังกล่าวจะสะท้อนไปในราคาหุ้นแล้วส่วนหนึ่ง
  • เราเห็น upsides ต่อราคาเป้าหมายของเรา เนื่องจากเราคาดว่าจะมีการเปลี่ยนวิธีการประเมินมูลค่าจาก DDM เป็น sum-of-the-part (SOTP) เพื่อสะท้อนมูลค่าที่ดีขึ้นของ #2 และ #3 คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยเป็น Top sector pick ของเรา

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version