MINT (BUY) – ฟื้นตัวเร็วกว่าคู่แข่ง – Target Price Bt39.00, Price Bt32.75
MINT กลายเป็นหุ้น Top Pick ของเราจากการเข้าสู่รอบการฟื้นตัวของกำไรก่อนคู่แข่ง หนุนโดยธุรกิจในต่างประเทศซึ่งได้ประโยชน์จากการกลับมาเปิดประเทศอีกครั้งแล้ว สำหรับในปี 2024F ที่มีการฟื้นตัวเต็มที่ MINT ซื้อขายที่ PE เพียง 23.1 เท่า เทียบกับ 30.8 เท่า ในปี 2019
บทวิเคราะห์นี้เป็นส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์กลุ่มโรงแรม – “ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้เดิม” ลงวันที่ 27 กันยายน 2021 เราปรับเพิ่มคำแนะนำ MINT เป็น “ซื้อ” (จาก ถือ) และเป็น Top Pick ของเราในกลุ่มฯ แทนที่ CENTEL ซึ่งยังคงเป็น “ซื้อ” 1) MINT ฟื้นตัวเร็วกว่าเพื่อน เนื่องจากธุรกิจในต่างประเทศได้ประโยชน์จากการกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง 2) ตรงกันข้ามกับ CENTEL และ ERW ซึ่งน่าจะยังคงมีผลขาดทุนในปีหน้า เราคาดว่า MINT จะทำกำไรในปี 2022F เราปรับประมาณการกำไรของ MINT ปี 2021-23F เล็กน้อย และปรับเพิ่ม 6% ต่อปี จากปี 2024F เพื่อสะท้อนการดำเนินงานของ NH Hotel ที่แข็งแกร่งเกินคาด ราคาเป้าหมายของเราปรับมาใช้ปีฐานปี 2022F และถูกปรับขึ้นเป็น 39.0 บาท (จาก 31.0 บาท) และ 3) MINT ไม่แพงที่ 23.1 เท่า PE ในปี 2024F เทียบกับ 30.8 เท่า ในปี 2019
ฟื้นตัวเร็วกว่าเนื่องจากธุรกิจในต่างประเทศ
รายได้ของ MINT ในปี 2019 มาจากตลาดต่างประเทศ 73% (ยุโรป 49%, โอเชียเนีย 7%, อเมริกา 5%, จีน 3% และมีลดีฟส์ 2%) การฟื้นตัวได้เริ่มขึ้นแล้วในธุรกิจโรงแรมในยุโรป มัลดีฟส์ และออสเตรเลีย ขณะที่ธุรกิจอาหารของบริษัทฯ ปรับตัวดีขึ้น ในจีน และออสเตรเลียด้วย การฟื้นตัวของธุรกิจในต่างประเทศคาดว่าจะช่วยชดเชยแนวโน้มของธุรกิจที่อ่อนแอในประเทศไทย ในปี 2019 โรงแรมไทยคิดเป็น 11% ของรายได้ และอาหาร 13%
กลับมามีกำไรในปีหน้า
แม้การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในประเทศไทยจะล่าช้า แต่เราคาดว่า MINT จะพลิกจากขาดทุน 12.9 พันลบ. ในปี 2021F เป็นกำไร 1.6 พันลบ. ในปี 2022F นอกจากนี้เรายังคาดว่าปี 2024F ที่ฟื้นตัวเต็มที่จะมีกำไรมากกว่าปี 2019 ราว 31% เนื่องจากความพยายามในการลดต้นทุนในปี 2020-21 ในทุกธุรกิจและทุกภูมิภาค MINT ได้เจรจาเงื่อนไขการเช่าเชิงพาณิชย์ที่ดีขึ้น ลดต้นทุนพนักงาน ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ลดรายจ่ายลงทุน และได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีนิติบุคคลจากผลขาดทุนสะสมยกมา
เราไม่คาดว่าจะมีความเสี่ยงในเรื่องการเพิ่มทุนอีก
MINT เพิ่มทุนในปี 2020 และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (GIBD/E) อยู่ที่ 2.1 เท่า ใน 2Q21 เทียบกับ covenant ที่ 1.75 เท่า ซึ่งได้รับการยกเว้นในปี 2021-22 แม้คาดว่าจะมีกำไรในปี 2022F แต่ MINT มีแผนที่จะขายและเช่าคืน หรือขายและบริหารสินทรัพย์บางส่วน ซึ่งทำกับ NH Collection Barcelona Gran Hotel Calderón ใน 2Q21 และ Tivoli Marina Vilamoura และ Tivoli Carvoeiro ในเดือนก.ค.2021 โดยมีมูลค่าธุรกรรมรวม 10.5 พันลบ. เราคาดว่าจะมีการขายสินทรัพย์อีก 4.5 พันลบ. ในปลายปีนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของบริษัทที่ 10-15 พันลบ. ในปีนี้ และด้วยใบสำคัญแสดงสิทธิที่ in-the-money (MINT-W7, W8 และ W9) ที่สามารถใช้สิทธิได้ เราจึงคาดว่า GIBD/E ของ MINT จะลดลงเหลือ 1.7 เท่า และ 1.6 เท่าในปี 2021-22F นอกจากนี้ MINT เป็นเพียงหนึ่งในสามหุ้นที่เราทำบทวิเคราะห์ ซึ่งยังไม่ได้ทำการประเมินมูลค่าที่ดินใหม่ ในขณะเดียวกัน ERW และ CENTEL ทำแล้วใน 2Q21

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
