Equity Industries 26 July 2021, 13:56

Bank Sector (Overweight) – มาตรการบรรเทาผลกระทบจากโควิดดีขึ้น


กลุ่มธนาคารของไทยกำลังเข้าสู่ระยะที่ 2 ของมาตรการบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งน่าจะส่งผลให้มีการบริหารจัดการงบดุลได้ดีกว่าช่วงแรกของมาตรการผ่อนปรน เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้นโดยเฉลี่ย 16% ในปี 2021-23F และคงน้ำหนักลงทุนเป็น “OVERWEIGHT”

การแก้ไข NPL ระยะ 2

ธปท. ออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 ระยะที่แรกเพื่อทำให้ธนาคารมี สินเชื่อที่ได้รับการผ่อนปรน (forbearance loans) เพื่อลดภาระการชำระหนี้สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด การชะลอการบันทึก NPL บางส่วนอาจกลายเป็น NPL เมื่อระยะเวลาผ่อนปรนสิ้นสุดลง ปัจจุบันธปท. ได้ออกมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 เพื่อการอนุญาตให้มีการปรับโครงสร้างหนี้หลายปี และน่าจะช่วยให้ธนาคารสามารถจัดการ NPLs และกันสำรองได้ดีขึ้น และด้วยระยะเวลาล็อกดาวน์ที่สั้นกว่าที่คาด และค่าธรรมเนียม FIDF ที่ลดลง เราจึงปรับประมาณการกำไรของเราขึ้น 14%, 24% และ 11% ในปี 2021-23F และยังคงให้น้ำหนักลงทุนเป็น “OVERWEIGHT” ด้วยเห็นแนวโน้มความต้องการสินเชื่อที่อั้นไว้ และตั้งสำรองที่ลดลง ซึ่งเราคาดว่าจะหุ้นให้กำไรเติบโตในระดับเลขสองหลักในปี 2021-23F

ผลการดำเนินงานราบรื่น

เนื่องจากความกังวลต่อการเพิ่มขึ้นของ NPL และการตั้งสำรองที่สูงขึ้น ถูกบรรเทาด้วยมาตรการบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 ของธปท. เราจึงคาดว่า Credit cost ของกลุ่มฯ ได้ผ่านจุดสูงสุดที่ 1.8% แล้วในปี 2020 แม้การปรับโครงสร้างหนี้จะส่งผลลบต่อ NIM แต่ประโยชน์จากตั้งสำรองที่ลดลงมีมากกว่า นอกจากการกันสำรอง เราคาดว่าการดำเนินงานหลักของธนาคารจะแตะจุดต่ำสุดใน 3Q21F และฟื้นตัวจาก 4Q21F และคาดว่ากำไรก่อนตั้งสำรองจะเติบโต 2%, 5% และ 3% ในปี 2021-23F หากรวมการตั้งสำรอง เราคาดว่ากำไรจะเติบโต 17%,13% และ 9%

แนวโน้มหลังปี 2023F

เราคาดว่ากำไรของกลุ่มฯ จะเข้าสู่ภาวะปกติจากผลกระทบของมาตรการโควิดตั้งแต่ปี 2024F เป็นต้นไป เมื่อถึงตอนนั้น ธนาคารน่าจะยังคงมี NIM ที่ต่ำ และการเติบโตของสินเชื่อที่อ่อนแอ นอกจากนี้แนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมยังไม่สดใสภายใต้การดูแลกของหน่วยงานกำกับดูแล และผลกระทบที่เพิ่มขึ้นจากการไม่มีตัวกลาง ปัจจัยหนุนหลักน่าจะมาจากสัดส่วนของสินเชื่อที่มีสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น ความสามารถในการทำรายได้ค่าธรรมเนียมจากการทำ cross-sell และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก

OVERWEIGHT” ด้วย SCB และ KBANK เป็น Top Pick ใหม่ของเรา

เราคาดว่าหุ้นกลุ่มธนาคารจะพลิกฟื้นจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น กำไรที่แข็งแกร่ง และการฟื้นตัวของ ROE เราชอบการปรับโครงสร้างองค์กรของ SCB เนื่องจากจะปลดล็อกทั้งการเติบโตและกับดักมูลค่า โปรดดูบทวิเคราะห์ “ปรับโครงสร้างองค์กร ” เราเพิ่ม KBANK เป็น Top Pick ของเรา ด้วยมี valuation ที่ถูก และได้ประโยชน์จาการปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งนำโดย KBTG บริษัทในเครือด้านเทคโนโลยี

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version