Company Equity 8 Aug 2021, 05:21

STARK (BUY) – ส่งออกหนุนการเติบโต – Target Price Bt6.00, Price Bt4.58


เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” STARK โดยมองแนวโน้มการเติบโตกำไรแข็งแกร่งยิ่งขึ้นที่เฉลี่ย 31% ต่อปีในช่วงปี 2021-23F เราปรับประมาณการกำไรขึ้น 23-28% สำหรับปี 2021-23F จากการขยายธุรกิจสู่ตลาดส่งออก และความต้องการใช้งานสายไฟฟ้าที่แข็งแกร่งกว่าคาดทั้งในไทยและเวียดนาม

ปรับเพิ่มประมาณการกำไร

เราปรับประมาณการกำไรของ STARK ขึ้น 23-28% ในปี 2021-23F และปรับราคาเป้าหมาย (ปี 2022F) เป็น 6.0 บาท (เดิม 5.0 บาท) 1) การเติบโตยอดขายจากการส่งออกที่ดีกว่าคาด โดย STARK อาศัยประโยชน์จากต้นทุนการผลิตที่ต่ำ และไม่ต้องเสียภาษีในการนำเข้าสายไฟฟ้าที่ผลิตในเวียดนามและไทย ในประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศจากการมีสัญญา FTA 2) การใช้สายไฟฟ้าแรงสูงและสายไฟฟ้าแบบพิเศษที่มากกว่าคาด ในระบบสายส่งไฟฟ้าสมัยใหม่ และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่เติบโตดีในทั้งสองประเทศ 3) แม้จะมีการระบาดของโอไมครอน แต่เราคาดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจะเริ่มกลับมาในปี 2022-23F หนุนโดยเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ใหม่ของไทยและเวียดนาม ด้วย EPS ที่เติบโตเฉลี่ย 31% ในปี 2021-23F เราคงคำแนะนำ “ซื้อ”

การส่งออกเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตใหม่

STARK คาดการส่งออกจะเพิ่มเป็น 20% ของยอดขายรวมในปี 2021F (จาก 13% ในปี 2020) โดยเราคาดการส่งออกจะเพิ่มต่อเป็น 23/25% ของยอดขาย ในปี 2022-23F เนื่องจากความสำเร็จของ STARK ในการเจาะเข้าตลาดสายไฟฟ้าอาคารในประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเราคาดยอดขายไปสหรัฐฯนี้ผ่านผู้จัดจำหน่ายท้องถิ่นสองรายจะเพิ่มเป็นสองเท่าในปี 2022F เดิมการส่งออกส่วนใหญ่ของ STARK เป็นคำสั่งซื้อรายโครงการจากผู้รับเหมาวิศวกรรม (EPC) ทั่วโลก ซึ่งมีความผันผวนสูงในแต่ละช่วงเวลา อีกทั้งผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกจะถูกผลิตในประเทศไทย แต่ปัจจุบัน STARK ได้รับใบรับรองสำหรับส่งออกจากโรงงานในประเทศเวียดนามแล้ว ซึ่งมีข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และไม่เสียภาษีนำเข้ากับหลายประเทศมากกว่าไทย ทำให้ STARK ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนลูกค้าในสหรัฐฯ และขยายไปสู่ประเทศใหม่ เราคาดยอดขายรวมของ STARK เติบโต 17/13/10% ในปี 2022-24F

ความต้องการกลุ่มสินค้าระดับไฮเอนด์เพิ่มขึ้น  

เราคาด STARK จะยังมีแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นต่อเนื่องจาก 21% ในปี 2021F เป็น 24% ในปี 2024F จากประโยชน์ของการประหยัดต่อขนาด และสัดส่วนยอดผลิตภัณฑ์ไฮเอนด์ที่เพิ่มขึ้น ความต้องการใช้งานสายไฟฟ้ามีแนวโน้มไปทางกลุ่มสินค้ามาร์จิ้นสูง (สายไฟฟ้าแรงดันสูง และสายไฟฟ้าแบบพิเศษ) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านระบบส่งไฟฟ้าจากแบบอากาศลงเป็นระบบใต้ดิน การพัฒนาโครงการโซลาร์ลอยน้ำในไทย และโครงการกังหันลมนอกชายฝั่งในเวียดนาม การเปลี่ยนผ่านตลาดไฟฟ้าเป็นรูปแบบ P2P และระบบสมาร์ทกริด จากการที่ STARK เป็นผู้ผลิตรายเดียวที่ผลิตสายไฟฟ้าใต้ดิน 230kV ได้ในไทย และสายไฟฟ้า 230kV แบบปกติในเวียดนาม จึงมีโอกาสสูงที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม เราคาดว่าสายไฟฟ้าแรงสูงจะเป็น 41% ของยอดขายในปี 2024F (จาก 28% ในปี 2020)

สองแผน PDP ใหม่

เรามองว่า STARK จะเป็นผู้ได้ประโยชน์จากแผน PDP ใหม่ทั้งของไทย (PDP-2022) และเวียดนาม (PDP-8) ซึ่งคาดจะออกมาในปี 2022 เราคาดว่า PDP ของไทยน่าจะผลักดันการขยายสายส่งมากขึ้น ในขณะที่ PDP ของเวียดนามน่าจะส่งเสริมทั้งการเติบโตของกำลังการผลิตไฟฟ้า และการขยายโครงสร้างพื้นฐานระบบสายส่งเพื่อรองรับการเติบโตของประเทศและการพัฒนาพลังงานทดแทนที่มากขึ้น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version