CRC (HOLD) – In the price – Target Price Bt38.00, Price Bt40.00
CRC ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วทั้งธุรกิจในและต่างประเทศจากวิกฤตโควิดในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าราคาหุ้นปัจจุบันที่ 46 เท่า/33 เท่า PE ในปี 2022-23F ได้สะท้อนถึงแนวโน้มการฟื้นตัวและแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องแล้ว คงคำแนะนำ “ถือ”
ฟื้นตัวอย่างรวเร็ว แต่ยังคงแนะนำ “ถือ”
CRC เห็นกำไรเกือบจะหายไปในช่วงสองปีโควิดที่ผ่านมา การฟื้นตัวเริ่มตั้งแต่ 4Q21 และมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ในทุกตลาดหลัก ไทย เวียดนาม และอิตาลี การฟื้นตัวแข็งแกร่งกว่าที่คาด และเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้น 23/11/3% ในปี 2022-24F และปรับราคาเป้าหมายขึ้น 12% เป็น 38 บาท (เดิม 34 บาท) อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่ามูลค่าของ CRC ได้สะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวที่ 46 เท่า/33 เท่า PE ในปี 2022-23F เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯ ที่ 31 เท่า/24 เท่า เราจึงคงคำแนะนำ “ถือ”
แนวโน้มสายธุรกิจ
CRC มี 3 สายธุรกิจหลัก แฟชั่นหรือห้างสรรพสินค้าคิดเป็น 33% ของยอดขายสินค้าในปี 2019 อาหารหรือโมเดิร์นเทรดคิดเป็น 41% และฮาร์ดไลน์หรือของตกแต่งบ้าน/เครื่องใช้ไฟฟ้าคิดเป็น 26% เราคาดว่าสัดส่วนจะอยู่ที่ 23%:38%:39% ในอีกห้าปีข้างหน้าในปี 2026F ทุกสายธุรกิจได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิดในช่วงสองปีที่ผ่านมา ดังนั้นทุกสายธุรกิจจึงฟื้นตัว อย่างไรก็ดีหากไม่พิจารณาการฟื้นตัวดังกล่าว และมองที่แนวโน้มในระยะยาว สองธุรกิจที่ยังคงเติบโตมากกว่าปกติของธุรกิจคือ อุปกรณ์ตกแต่งปรับปรุงบ้าน และอาหาร CRC ตั้งเป้าขยายสาขาไทวัสดุอีก 10 แห่งต่อปี ในอีกห้าปีข้างหน้า เทียบกับ 65 สาขาที่มีอยู่ และ GO! Hypermarkets ในเวียดนาม (จัดเป็นธุรกิจอาหาร) ราว 4-6 แห่ง ต่อปี เทียบกับที่มีอยู่ 37 แห่ง
ปัจจัยผลักดันเพิ่มเติม
นอกเหนือจากการเติบโตของสายธุรกิจข้างต้นแล้ว CRC ยังมีปัจจัยผลักดันการเติบโตเพิ่มเติมจากการการผนึกด้านต้นทุน เครือข่ายการขายทาง Omni-channel ในเชิงรุกมากขึ้น เพื่อลดการคุกคามจากการแข่งขันทางออนไลน์ที่มีต่อธุรกิจหน้าร้าน และการทำ M&A Exhibit 12 แสดงการทำ M&A ตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดฯ การทำ M&A ครั้งล่าสุดเป็นการควบรวมกิจการอุปกรณ์สำนักงานและอุปกรณ์ และร้านค้าออนไลน์ COL Pcl (COL) ซึ่งเป็นเจ้าของโดยบริษัทในกลุ่มเซ็นทรัล COL ถูกซื้อกิจการไปเมื่อเดือนก.พ.2021 และเราคาดว่าจะสร้างกำไรให้ CRC ที่ 854 ลบ./915 ลบ./951 ลบ. ในปี 2022-24F นอกจากนี้เรายังคาดว่าอัตราส่วนการขายผ่าน omni-channel จะเพิ่มขึ้นจาก 3.0% ของยอดขายรวมในปี 2019 เป็น 25% ในปี 2024F
แผนสำหรับธุรกิจแฟชั่นดั้งเดิม
กลุ่มแฟชั่นถูกกระทบมากที่สุด โดยยอดขายลดลง 33% จากปี 2019 เป็น 42.8 พันลบ.ในปี 2021 โดยส่วนใหญ่มาจากห้างสรรพสินค้า 83 แห่ง และร้านค้าแบรนด์ 378 แห่ง เนื่องจากไม่มีผลของการล็อกดาวน์กระทบห้างสรรพสินค้าอีกต่อไป เราจึงคาดว่ายอดขายจะฟื้นตัวสู่ระดับปี 2019 ในปี 2023F และยอดขายเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 5% ในปี 2023-26F ตามแผนการขยายห้างสรรพสินค้าใหม่ 2-3 แห่ง/ปี และร้านค้าแบรนด์ 20-30 แห่งต่อปี ภัยคุกคามจากอีคอมเมิร์ซได้เปลี่ยนช่องทางการขายเป็นช่องทางออนไลน์ สัดส่วนยอดขายผ่าน Omni-channel ของกลุ่มแฟชั่นเพิ่มขึ้นจาก 4.4% ในปี 2019 เป็น 28.0% ในปีที่ผ่านมา

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
