Equity Industries 17 Aug 2022, 11:18

Construction Sector  (OVERWEIGHT) – กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง – ให้น้ำหนักลงทุนเป็น “OVERWEIGHT”


  • รฟม. และผู้สังเกตการณ์ได้ลงนามในข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact)
  • มีกำหนดเปิดประมูลใน 2Q-3Q22
  • เรามองว่า BEM น่าจะชนะโครงการนี้ และ…
  • …น่าจะรับเหมาช่วงงานก่อสร้างให้กับ CK

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และผู้สังเกตการณ์ได้ลงนามในข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) เพื่อให้แน่ใจว่าการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกมีความโปร่งใส ซึ่งอาจหมายความว่าการประมูลโครงการนี้น่าจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ จากกรอบเวลาของรฟท.ขั้นตอนการประมูลมีกำหนดการในเดือนมีนาคม – สิงหาคม 2022 ก่อสร้างสายสีส้มตะวันตกในเดือนสิงหาคม 2022 ดำเนินงานสายสีส้มตะวันออกในเดือนสิงหาคม 2025 และดำเนินงานสายสีส้มตะวันตกในเดือนธันวาคม 2027

สรุปโดยย่อ การประมูลการก่อสร้างและดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกได้เริ่มดำเนินการไปแล้วเมื่อปลายปี 2020 แต่ถูกยกเลิกไปเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงวิธีประมูลของ รฟม. ทำให้มีผู้เสนอราคารายหนึ่งยื่นฟ้องต่อศาล หลังคำตัดสินของศาล รฟม. เปิดประมูลอีกครั้ง มูลค่าโครงการรวมอยู่ที่ราว 1.27 แสนลบ. โดยเป็นมูลค่าการก่อสร้างราว 9.5 หมื่นลบ.

เนื่องจากผู้ชนะต้องดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม เราเชื่อว่ามีเพียง บมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM, “ซื้อ”) และบมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS “ซื้อ”) เท่านั้นที่จะเข้าร่วมประมูล เรามองว่า BEM จะชนะโครงการนี้ ด้วยมีประสบการณ์ในการสร้างและดำเนินการโครงการรถไฟใต้ดิน มีความได้เปรียบด้านต้นทุนเนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีส้มจะเชื่อมต่อโดยตรงกับสายสีน้ำเงิน และมีความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างจากบริษัทแม่อย่าง บมจ. ช.การช่าง (CK “ซื้อ”)

เราให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มรับเหมาก่อสร้างเป็น “OVERWEIGHT” เนื่องจาก 1) เราคาดว่ากำไรของผู้รับเหมาจะฟื้นตัวในปีนี้จากฐานกำไรที่ต่ำในปีที่แล้ว และการรับรู้รายได้ที่สูงขึ้นจากมูลค่างานในมือที่สูง 2) เราคาดว่าโครงการที่มีมูลค่าสูง เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก โรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง และสนามบินอู่ตะเภา ที่จะเปิดให้ประมูลและลงนามในสัญญาก่อสร้างปีนี้ เพื่อขับเคลื่อนกำไรในอีกหลายปีข้างหน้า 3) แม้ว่าราคาวัสดุก่อสร้างจะสูงขึ้น แต่ผู้รับเหมาสามารถส่งต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้นบางส่วนให้รัฐบาลได้เนื่องจาก K factor และ 4) ราคาหุ้นปรับตัวลงล่าสุด แม้ว่าผลการดำเนินงานจะพลิกฟื้น ซึ่งเรามองว่าไม่สมเหตุสมผล

CK เป็นหุ้น Top Pick ของเรา โดยให้ราคาเป้าหมาย 25 บาท/หุ้น เนื่องจากกำไรเติบโตสูงสุดในปี 2022-25F จากมูลค่างานใหม่ที่มีศักยภาพสูง และการฟื้นตัวของผลกำไรจากบริษัทร่วม มีมูลค่าถูกที่สุด ด้วยมีส่วนลด 39% จากมูลค่าตลาดของบริษัทร่วม และมีโอกาสที่จะได้โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก

เรายังให้คำแนะนำ “ซื้อ” STEC โดยให้ราคาเป้าหมาย 17.5 บาท/หุ้น, SEAFCO  ราคาเป้าหมาย 5 บาท/หุ้น และ PYLON ราคาเป้าหมาย 5.2 บาท/หุ้น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version