Company Equity 28 July 2022, 15:03

CKP (BUY) – กำไรฟื้นตัวตามฤดูกาล – Target Price Bt6.50, Price Bt5.25


เราแนะนำ “ซื้อ” CKP โดยคาดว่ากำไร 1Q22F จะออกมาดีกว่าที่ตลาด คาด จากการสัดส่วนการถือหุ้นที่สูงขึ้น และการผลิตที่สูงขึ้นจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL) เรามองว่าจะมีปัจจัยหนุนราคาหุ้นต่อเนื่องจากกำไรที่แข็งแกร่งในช่วงฤดูกาลน้ำใน 2Q-3Q22F และการลงนามสัญญา PPA ของโครงการหลวงพระบางในช่วงปลายปีนี้

คงคำแนะนำ “ซื้อ”

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” CKP ที่มีปัจจัยหนุนหลายประการในปีนี้ 1) เราคาด CKP จะพลิกกลับทำกำไรใน 1Q22F ซึ่งน่าจะเหนือกว่าความคาดหมายของตลาดทั้งที่เป็นช่วงฤดูแล้ง หลังมีผลขาดทุนทั้งในไตรมาส 1Q20 และ 1Q21 2) ราคาหุ้น CKP ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามักปรับตัวขึ้นก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูฝนของภูมิภาคอินโดจีนในช่วงเดือน มิ.ย.-ต.ค. ซึ่งจะเป็นไตรมาสที่กำไรออกมาดี 3) เราคาดโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง (LPCL) กำลังการผลิต 1.46GW (CKP ถือหุ้น 42%) จะได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ภายในปีนี้ เราปรับประมาณกำไรปี 2022-24F ของเรา 3/-2/-9% เพื่อสะท้อนการผลิตที่แข็งแกร่งจากโครงการน้ำงึม-2 (NN2, 283MW) ในปี 2022F แต่เราปรับสมมติฐานปริมาณการผลิตจากโครงการไซยะบุรี (XPCL, 546MW) ลงในระยะยาว ราคาเป้าหมายของเราจึงลดลงเหลือ 6.5 บาท (จาก 7.5 บาท)

กำไร 1Q22F น่าจะดีกว่าตลาดคาด

เราคาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 1Q22F ของ CKP จะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยจะมีกำไร 42 ลบ. เทียบกับที่ขาดทุนในไตรมาสแรกของสองปีที่ผ่านมา (2020-21) ทั้งนี้เนื่องจากไตรมาสแรกเป็นไตรมาสที่กำไร CKP อ่อนแอที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงฤดูแล้ง โดยการคาดการณ์ว่า CKP จะมีกำไรใน 1Q22F ของเรานั้นเนื่องจาก 1) CKP มีสัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL สูงขึ้นเป็น 42.5% (จาก 37.5%) และ 2) ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจาก XPCL ที่สูงขึ้นเช่นกัน เราคาดแนวโน้มกำไรแข็งแกร่งต่อเนื่องไปในไตรมาส 3Q22F ซึ่งเป็นช่วงฤดูน้ำของแม่น้ำโขงและแม่น้ำน้ำงึม ทั้งนี้ปริมาณ ระดับน้ำในแม่น้ำทั้งสองในช่วง 1Q22 นั้นสูงกว่าเมื่อ 1Q21 อยู่ 23% และ 87% ตามลำดับ และสถานการณ์น้ำยังดูดีต่อเนื่องมาในเดือน เม.ย.-พ.ค.เทียบกับเมื่อช่วงเดียวกันของปีก่อน

คาดได้สัญญา PPA ใหม่ในปีนี้

CKP ได้ลงนามในสัญญาบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับกฟผ. ถึงอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับโครงการ LPCL แล้วเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเรามองว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงการ เราคาดว่าการลงนามสัญญา PPA สำหรับโครงการ LPCL จะเกิดขึ้นภายในปีนี้ และจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้นของ CKP โดยโครงการ LPCL มีกำหนดการ COD ในปี 2030 ซึ่งเราได้รวมมูลค่าโครงการที่ 1.4 บาท ไว้ในราคาเป้าหมายของเราแล้ว

มุ่งขยายกำลังการผลิตจากพลังงานทดแทน

มีอีกหนึ่งปัจจัยบวกที่ยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการของเรา คือเป้าหมายของ CKP ที่จะซื้อโครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ หรือโรงไฟฟ้าพลังงานลม ให้ได้ในสัดส่วนกำลังการผลิตถือครอง 400MW ภายในปี 2024F หรือเป็นการเติบโต 25% ในช่วงสามปีข้างหน้าจากกำลังการผลิตปัจจุบันที่ 1.6GW ซึ่งแบ่งได้เป็น โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ 89% ก๊าซธรรมชาติ 10% และแสงอาทิตย์ 1% โดย CKP ตั้งเป้าที่จะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานทดแทนอีก 500MW (หรือเพิ่มขึ้นอีก 25%) ในช่วงปี 2025-27F เพื่อก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดชั้นนำของอาเซียน ที่มีกว่า 95% ของการผลิตไฟฟ้ามาจากพลังงานทดแทน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version