THANI (BUY) – เร็วขึ้น และแข็งแกร่งขึ้น – Target Price Bt5.60, Price Bt4.58
เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจและคุณภาพงบดุลที่ดีขึ้น THANI จึงพร้อมที่จะกลับสู่โหมดการเติบโตที่แข็งแกร่ง พร้อมแผนขยายผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรของเราขึ้น 8% และคาดว่า EPS จะเติบโตเฉลี่ยที่ 15% ในปี 2021-24F คงคำแนะนำ “ซื้อ”
การเบิกเงินกู้ทำสถิติใหม่
เนื่องจากให้ความระมัดระวังมากไปตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 THANI จึงสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุก โดยมีการเบิกเงินกู้ใหม่ลดลงเป็น 18 พันลบ. ในปี 2020 จาก 24 พันลบ. ในปี 2019 อัตราการเบิกเงินกู้ฟื้นตัวในปีที่แล้ว แต่ยังคงต่ำกว่าระดับก่อนโควิด เนื่องจากการระบาดเริ่มลดลง ด้วยการกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง THANI จึงมีความต้องการให้สินเชื่อมากขึ้น และได้ cleaned up งบดุลไปพร้อมกัน ด้วยแรงหนุนจากความต้องการรถบรรทุกที่สูงขึ้น THANI จึงมียอดเบิกเงินกู้สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 6.9 พันลบ. ใน 1Q22 และมีแนวโน้มสูงขึ้นใน 2Q22 และ THANI ปรับเพิ่มเป้าการเติบโตของสินเชื่อใหม่เป็นมากกว่า 20% y-y หรือจาก 26.4 พันลบ. เป็นมากกว่า 28 พันลบ. ในปี 2022
ผลิตภัณฑ์ใหม่
นอกจากสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกและรถหรูแล้ว THANI ยังขยายไปยังเช่าซื้อรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมือสอง และสินเชื่อแก่ผู้จำหน่ายรถยนต์ (Floor Plan) เช่น Inventory financing ให้กับตัวแทนจำหน่ายซุปเปอร์คาร์ บริษัทฯ จะเปิดตัวสินเชื่อจำนำทะเบียนรถบรรทุกตั้งแต่เดือนก.ค.2022 หลังจากวางระบบ เริ่มตั้งแต่เดือนก.พ. ปีนี้ สินเชื่อ floor plan อยู่ที่ 48 ลบ. ใน 1Q22 THANI มองว่า 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ช่วยเสริมการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อจากปี 2023 รวมการเติบโตที่แข็งแกร่งของสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุก เราคาดว่าสินเชื่อจะเติบโตสูงขึ้นที่ 12% ในปีนี้ และ 13% ในปี 2023-24F
งบดุลมีคุณภาพที่ดีขึ้น
ด้วยความพยายามเรียกเก็บเงินและยึดรถ ทำให้ THANI มี NPL ลดลงจาก 2.1 พันลบ. ใน 3Q21 เป็น 1.9 พันลบ. ใน 4Q21 และ 1.5 พันลบ. ใน 1Q22 ธุรกรรมทางกฎหมายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงขึ้น แต่คุ้มค่าที่จะทำเช่นนั้น เนื่องจาก THANI สามารถลดอัตราส่วน NPL ให้ต่ำกว่า 3% ได้ เนื่องจากการตั้งสำรองสะสมรวมอยู่ที่ 270 ลบ. ในปัจจุบัน และมีอัตราส่วน loan loss coverage เกินกว่าระดับที่บริษัทรับได้ที่ 80% เราจึงเห็นโอกาสมากขึ้นที่จะมีการลดตั้งสำรองลง credit cost อยู่ที่ 0.9% ใน 1Q22 และเราคาดว่าจะอยู่ที่ 0.8% ในปี 2023 และ 0.7% ในปี 2024
ปรับเพิ่มกำไร และปรับราคาเป้าหมายเป็น 5.6 บาท แนะนำ “ซื้อ”
เนื่องจากสินเชื่อที่สูงขึ้น ยอดขายประกันที่สูงขึ้นพร้อมกับสินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้นและการตั้งสำรองที่ลดลง เราจึงปรับประมาณการกำไรขึ้น 7/8/9% ในปี 2022-24F และคาดว่า EPS จะเติบโตมากขึ้น เฉลี่ย 3 ปีที่ 15% จากเดิมที่ 12% THANI สามารถควบคุมต้นทุนทางการเงินได้ เนื่องจากยังคงพึ่งพาเงินกู้ยืมระยะสั้นอย่างมาก 40% ของเงินทุนทั้งหมดของ THANI เป็นเงินทุนระยะสั้น เราให้สมมติฐานอย่างระมัดระวัง โดยสมมติให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจาก 2.4% ในปี 2021 เป็น 2.5% ในปี 2022F, 2.65% ในปี 2023F และ 2.7% ในปี 2024F สะท้อนอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และการเพิ่มสัดส่วนเงินทุนระยะยาวเป็นมากกว่า 60% THANI มีมูลค่าถูกมากที่ 13 เท่า PE ในปี 2022F ลดลงเหลือ 11 เท่าในปี 2023F ราคาเป้าหมายใหม่ของเราถูกปรับขึ้นเป็น 5.6 บาท จาก 4.8 บาท เนื่องจากการปรับเพิ่มกำไร และปรับมาใช้ปีฐาน 2023F ด้วยแนวโน้มการเติบโตที่สดใสขึ้น และงบดุลที่แข็งแกร่งขึ้น เราเห็น upside ราว 22% และคงคำแนะนำ “ซื้อ”

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
