Company Equity 21 Sept 2022, 00:44

NEX (BUY) – จังหวะเข้าซื้อ – Target Price Bt24.00, Price Bt18.30


หลังลูกค้าหลักสองรายได้รับใบอนุญาตการให้บริการรถโดยสารสาธารณะในกรุงเทพฯ เราคาด NEX จะทยอยส่งมอบ E-bus ได้อีกครั้งในเดือนมิถุนายนนี้ แม้จะล่าช้ามาบ้างจาก 1Q22 แต่เรายังเชื่อว่ายอดขายรวมจะกลับมาได้ท้ายที่สุด คงคำแนะนำ “ซื้อ” NEX ราคาเป้าหมาย 24 บาท

ลูกค้าต้องเร่งสั่งซื้อ

ลูกค้าหลักสองรายของ NEX ได้ใบอนุญาตให้บริการรถโดยสารสาธารณะรวมทั้งสิ้น 106 เส้นทางในกรุงเทพฯ และต้องเริ่มนำรถมาให้บริการภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยคาดต้องใช้รถโดยสารสำหรับเส้นทางดังกล่าวรวมกว่า 3.1 พันคัน และต้องเริ่มให้บริการเดินรถอย่างน้อย 1.1 พันคันในเดือนตุลาคม เราจึงคาด NEX จะส่งมอบ E-bus ได้รวม 1.5 พันคันในปีนี้ และอีก 2.5 พันคัน ในปี 2023F จากคำสั่งซื้อหลักของลูกค้าสองรายนี้ รวมถึงผู้ให้บริการรถโดยสารส่วนบุคคลอื่น แม้ว่ายอดขายจะเลื่อนมาจาก 1Q22 เนื่องจากการออกใบอนุญาตดังกล่าวที่ล่าช้า แต่เรายังแนะนำ “ซื้อ” NEX โดยเรายังคาดว่ากำไรของบริษัทฯ จะเติบโตจาก 1.1 พันลบ. ในปี 2022F เป็น 2.2/2.9 พันลบ. ในปี 2023-24F แม้หลังเราปรับกำไรลง 37/11/7% เพื่อสะท้อนการส่งมอบ E-bus ที่ล่าช้า และสมมติฐานอัตรากำไรที่ลดลง ราคาเป้าหมายของเราจึงยังคงอยู่ที่ 24 บาท หลังปรับมาใช้ปีฐาน 2023F

เริ่มทยอยส่งมอบในเดือนมิถุนายน

หลังการออกใบอนุญาตประกอบการรถโดยสารสาธารณะเอกชน (รถร่วม) รายใหม่ในกรุงเทพฯ ล่าช้าจากปลายปี 2021 มาประกาศจริงเมื่อเดือนเมษายน 2022 เราจึงคาดว่า NEX จะส่งมอบ E-bus ได้เพียง 100 คัน ใน 2Q22F (เดิมคาด 500 คัน) และปรับยอดขาย E-bus ลงเป็น 1.5 พันคัน สำหรับปี 2022F (จาก 2,000 คัน) แต่เรายังคงคาดการณ์ยอดขายปี 2023-24F ไว้ที่ 2.5/3.0 พันคันเช่นดิม โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) ความต้องการ E-bus กว่า 3.0 พันคัน จากลูกค้าหลัก 2 ราย ได้แก่ Thai Smile Bus และ Smartbus ที่ได้รับใบอนุญาตดังกล่าว 2) มีความเป็นไปได้ที่รถโดยสารประจำทางราว 3,000 คัน ของขสมก. จะถูกเปลี่ยนไปเป็น E-bus ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเปลี่ยนรถยนต์สาธารณะเป็นระแบบไฟฟ้า และ 3) การปรับปรุงรถโดยสารของผู้ประกอบการเอกชนอื่นเป็นระบบไฟฟ้าให้ทันสมัยสอดคล้องกับนโยบายพลังงานสีเขียว และลดต้นทุนการดำเนินงาน

E-truck เป็นอีกผลิตภัณฑ์หลัก

เราคาด NEX จะมียอดขาย E-truck 0.5/3.0/4.0 พันคัน ในปี 2022-24F (1/4/6% ของความต้องการรถบรรทุกเฉลี่ยต่อปีของไทยช่วงปี 2017-21) NEX มีแผนที่จะเปิดตัว E-truck ใน 3Q22F และตั้งเป้าเริ่มส่งมอบล็อตแรกได้ปลายปีนี้หลังได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าที่รับตัวอย่าง E-truck ไปทดลองดำเนินงานในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ในขณะที่เราเชื่อว่าการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ EV ในประเทศไทยจะช่วยเพิ่มความมั่นใจแก่ผู้ให้บริการขนส่งเอกชนในการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ต้นทุนราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นมากในปัจจุบัน

ธุรกิจบริการให้อัตรากำไรสูง

เราคาดว่ากำไรของ NEX เติบโตเป็นสามเท่าจาก 1.1 พันลบ. ในปี 2022F เป็น 3.4 พันลบ. ในปี 2025F ซึ่งเป็นปีเราคาดว่าโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ‘Absolute Assembly’ (ABB) ที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ 45% ดำเนินการผลิตได้เต็มกำลังที่ E-bus 3.0 พันคัน และ E-truck 5.0 พันคัน ต่อปี พร้อมกับการให้บริการงานบำรุงรักษาระยะยาว ซึ่งเรามองว่าจะเป็นฐานรายได้ประจำสำหรับ NEX เราประเมินรายได้การบริการจะทำอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงถึง 40% เทียบกับ 15-20% จากการผลิต EV โดย ABB

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version