Company Equity 25 Aug 2022, 07:59

CPALL (BUY) – ปัจจัยลบสิ้นสุด – Target Price Bt75.00, Price Bt59.75


เรามองว่ากำไรของ CPALL ผ่านจุดต่ำสุดในปีที่แล้ว โดยคาดว่ากำไรจะเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ดีจที่ 52% ในปี 2022-24F หนุนโดยการฟื้นตัวทั้ง 3 ธุรกิจ – CVS, Cash & Carry และค้าปลีกของ Lotus ที่ 19.9 เท่า 2024F PE และราคาหุ้นปัจจุบันที่อยู่ในระดับต่ำกว่าระดับสูงสุดในปี 2019 ที่ 32% ปัจจุบันเราให้ CPALL เป็น Top pick ของเรา ราคาเป้าหมาย 75 บาท

ผ่านจุดต่ำสุด แนะนำ “ซื้อ”

ด้วยถูกกระทบจากโควิด และการปรับโครงสร้างการถือหุ้นใน MAKRO และ Lotus ภายในกลุ่ม กำไรหลักของ CPALL ได้ผ่านจุดต่ำสุดในปีที่แล้ว แม้จะปรับลดกำไรลง 12-24% ในปี 2022-24F จากการปรับลดกำไรของ MAKRO ก่อนหน้านี้ แต่ปรับกำไรขึ้น 7% ในปี 2025-32F จากการขยายสาขาที่มากขึ้นของ MAKRO แต่ราคาเป้าหมายของเราซึ่งปรับมาใช้ปีฐานปี 2023F ไม่เปลี่ยนแปลงที่ 75 บาท เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ปัจจุบัน CPALL เป็นยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีก ซึ่งเป็นเจ้าของร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในประเทศไทย และถือหุ้น 59.92% ในธุรกิจ Cash & Carry – MAKRO และร้านค้าปลีก Lotus และคาดว่า EPS  จะเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 52% ในปี 2022-24F หุ้นซื้อขายที่ 19.9 เท่า 2024F PE ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีก่อนเกิดโควิดที่ 30 เท่า และต่ำกว่าระดับสูงสุดในปี 2019 ที่ 87.75 บาท อยู่ 32%

ผ่านพ้นปี 2021 – ปีที่เลวร้ายสุด

ก่อนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นแล้วเสร็จใน 4Q21 CPALL ถือ 93.08% ใน MAKRO และตั้งแต่ 4Q20 บริษัทฯ ได้ลงทุน 40% ใน Lotus ปัจจุบัน CPALL ถือหุ้น 59.92% ใน MAKRO และ Lotus เป็นบริษัทย่อย 100% ของ MAKRO กำไรหลักในปี 2021 อยู่ที่ 8.7 พันลบ. ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี เนื่องจากธุรกิจ 7-Eleven ได้รับผลกระทบจากโควิด โดยมีการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่ -14.5% ในปี 2020 และ -6.7% ในปี 2021 เนื่องจากใช้เงิน US$2.6bn เพื่อลงทุน 40% ใน Lotus ดอกเบี้ยจ่ายจึงเพิ่มขึ้น 4.1 พันลบ. ในปีที่แล้ว โดย 1.2 พันลบ. เป็นค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกี่ยวกับการชำระคืนเงินกู้ bridge loan ก่อนกำหนด และต้นทุนในการออกหุ้นกู้ Lotus ยังประสบกับปีที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยขาดทุน 495 ลบ. ในปีที่แล้ว และสร้างส่วนแบ่งขาดทุนให้กับ CPALL จำนวน 119 ลบ.

กำไรปกติต่อหุ้นเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 52%

ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป เราคาดว่า CPALL จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของทั้ง 3 ธุรกิจ CVS, Cash & Carry และค้าปลีกของ Lotus ซึ่งทั้งสามธุรกิจน่าจะผลักดันให้มียอดขายรวม 1 ล้านลบ. ภายในปี 2024F จาก 5.71 แสนลบ. ในปี 2019 ด้านกำไร เราคาดว่าน่าจะมีจำนวนมากกว่ากำไร 2.2 หมื่นลบ. ในปี 2020 เป็น 2.8 หมื่นลบ. ในปี 2024F หรือกำไรปกติต่อหุ้น เติบโตเฉลี่ยที่ 52% ในปี 2022-24F. หนุนโดยการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ของธุรกิจ 7-Eleven ด้วยคาดว่ามีกำไร 1.76 หมื่นลบ. ในปี 2024F เทียบกับจุดสูงสุดเดิมที่ 1.64 หมื่นลบ. ในปี 2019 และ MAKRO (ที่มี Lotus) คาดว่าจะสร้างกำไรให้เพิ่มขึ้นเป็น 1.04 หมื่นลบ. ในปี 2024F เทียบกับ 5.8 พันลบ. ในปี 2019 แม้จะลดสัดส่วนการถือหุ้นเหลือ 59.92% จาก 93.08% ดูบทวิเคราะห์ MAKRO “ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ” วันที่ 30 พ.ค.

ยอดขายของ 7-Eleven ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

เราเห็นการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของยอดขายของ 7-Eleven โดยยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาต่อวันใน 1Q22 อยู่ที่ 73,460 บาท ต่ำกว่าปี 2019 เพียง 11% และมีแนวโน้มต่อเนื่องไปยัง 2QTD แม้นักท่องเที่ยวจะยังไม่กลับมาไทยเต็มที่ ทั้งนี้เนื่องจากความสำเร็จในการขาย O2O ที่ 10% ของสัดส่วนยอดขาย และการปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์โดยเน้นสินค้าประเภทอาหารและสินค้าขนาดใหญ่

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version