THANI (BUY) – ฟื้นตัวแข็งแกร่ง – Target Price Bt5.30, Price Bt4.20
เนื่องจากการให้สินเชื่อที่ระมัดระวังในช่วงโควิด และกิจกรรมการยึดคืนในเชิงรุก THANI จึงสวนทางทางแนวโน้มของกลุ่มธุรกิจที่มี NPL เพิ่มขึ้น ตั้งสำรองที่ลดลงช่วยชดเชยต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และเราปรับลดกำไรของเราลงเพียง 2% ในช่วงห้าปี เรามองว่า THANI ไม่แพงที่ 11 เท่า PE เทียบกับ EPS ที่เติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 13% ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
NPL อยู่ภายใต้การควบคุมที่ดี
เนื่องจากการให้สินเชื่อที่ระมัดระวังและเข้มงวดมากขึ้นในช่วงเกิดโควิดในปี 2020-21 และกิจกรรมการยึดคืนในเชิงรุก THANI จึงสามารถลดความเสี่ยงด้าน NPL ท่ามกลางแรงกดดันจากน้ำมันดีเซลและเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น เราคาดว่า NPLs ของบริษัทฯ จะยังคงลดลงต่อเนื่อง โดยอัตราส่วน NPL ลดลงเหลือต่ำกว่า 3% ใน 2Q22 กิจกรรมการยึดคืนได้ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายและขาดทุนจากการด้อยค่าสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น แต่ถูกชดเชยด้วยตั้งสำรองที่ลดลง จาก 1.1% ในปีที่แล้ว เรามองว่า credit cost จะอยู่ที่ 0.74% ในปีนี้ และ 0.7% ในปี 2023-24 ส่วนอัตราส่วน Loan loss coverage, THANI พอใจกับระดับมากกว่า 90% และเราคาดว่าจะอยู่ที่ 101% ในปีนี้ 98% ในปี 2023F และ 95% ในปี 2024F
เรารวมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแล้วในประมาณการ
เพื่อสะท้อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เร็วขึ้น THANI ได้ขยาย liability duration ให้ยาวขึ้น บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้อายุ 3.5 ปี มูลค่า 2 พันลบ. อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว 3.26% ในเดือนมิ.ย. และกำลังจะออกหุ้นกู้อายุ 4 ปี มูลค่า 3 พันลบ. ในเดือนส.ค.2022 อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วสูงกว่าการออกหุ้นกู้ครั้งก่อน และเราปรับต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยขึ้น 5-10bps ในช่วงปี 2022-24F THANI จะทยอยส่งต่อต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นให้แก่ผู้กู้รถบรรทุก แต่จะเป็นไปตามแนวโน้มตลาดสำหรับกลุ่มรถยนต์หรูที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งคิดเป็น 25% ของสินเชื่อทั้งหมด THANI คาดว่าอัตราดอกเบี้ยของรถยนต์หรูจะเพิ่มขึ้นหลังจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นประมาณเดือนส.ค.ปีนี้
ปรับลดกำไร แต่การฟื้นตัวเป็นไปตามคาด
เนื่องจากเราปรับลดตั้งสำรอง แต่ปรับเพิ่มต้นทุนทางการเงิน เราจึงปรับลดประมาณการกำไรของเราโดยเฉลี่ย 2.4% ในปี 2022-26F แม้จะปรับลดกำไรลง แต่เราไม่เห็นการหยุดชะงักของการเติบโตของกำไรของ THANI กำไรได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วใน 3Q21 และเราคาดว่ากำไรจะเติบโตแข็งแกร่งใน 2Q22F โดยได้แรงหนุนจากสินเชื่อที่ขยายตัว และตั้งสำรองที่ลดลง เราคาดว่ากำไร 2Q22F อยู่ที่ 487 ลบ. เพิ่มขึ้น 14% y-y และ q-q ด้วยการเบิกเงินกู้ที่สูงขึ้นใน 2H จากผลกระทบตามฤดูกาล เราคาดว่า EPS จะเติบโต 16% ในปีนี้, 13% ในปี 2023F และ 12% ในปี 2024F
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 5.3 บาท
จากการปรับลดกำไรลง เราจึงปรับลดราคาเป้าหมายปี 2023F ลงเป็น 5.3 บาท (จากเดิม 5.6 บาท) ราคาเป้าหมายของเราคิดเป็นง 13 เท่า 2023F PE ซึ่งเราเชื่อว่าเหมาะสม ด้วยคาดว่า EPS ของ THANI จะเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 13% ราคาหุ้นปัจจุบันให้ upside มากถึง 26% จากราคาเป้าหมายของเรา และเรายังคงแนะนำ “ซื้อ” THANI ด้วย 1) ท่ามกลางความกังวลเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ที่แย่ลงจากราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้น THANI สามารถควบคุม NPLs และมีอัตราส่วน NPL ที่ต่ำลง ที่ระดับต่ำกว่า 3% 2) เกณฑ์การให้สินเชื่อที่รอบคอบไม่กระทบต่อการเติบโตของสินเชื่อและการฟื้นตัวของกำไร 3) อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเป็นผลลบต่อ THANI แต่เราได้เพิ่มต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น พร้อมแผนของบริษัทฯ ที่จะเพิ่มสัดส่วนเงินทุนระยะยาวแล้ว
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
