Company Equity 7 Oct 2022, 20:49

PLANB (SELL) – ยังคงแพง – Target Price Bt6.00, Price Bt7.15


การฟื้นตัวของสื่อนอกบ้านที่แข็งแกร่งของ PLANB ทำให้เราปรับกำไรและราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 6 บาท แต่ราคาหุ้นที่ฟื้นตัวกลับมาที่ระดับก่อนเกิดโควิดน่าจะสะท้อนข่าวดีแล้ว ด้วย PE ที่ 35 เท่า ในปีหน้า และความกังวลของเราเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อการ de-rate มูลค่าจากการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อนอกบ้านที่ชะลอตัวลง เราจึงคงคำแนะนำ “ขาย”

ปรับเพิ่มกำไร แต่คงคำแนะนำ “ขาย”

การฟื้นตัวของสื่อนอกบ้าน (OOH) ของ PLANB นั้นเร็วกว่าที่เราคาดไว้ ทำให้เราปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราการใช้สื่อขึ้น 6-7 pp เป็น 59/66/71% ในปี 2022-24F และคาดการณ์กำไรของเราขึ้น 28/18/12% ราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2023F) ของเราเพิ่มขึ้นเป็น 6 บาทต่อหุ้น (จาก 5 บาท) อย่างไรก็ตาม เราคงคำแนะนา “ขาย” เนื่องจาก 1) ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 17% จากระดับต่ำสุดในปีนี้มาอยู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19 ซึ่งดูจะสะท้อนกำไรที่ฟื้นตัวแล้ว 2) แม้จะมีการปรับเพิ่มกำไร แต่ PE ยังคงสูงในมุมมองของเราที่ 47 เท่า ในปีนี้ และ 35 เท่า ในปีหน้า 3) เราเห็นความเสี่ยงที่จะถูก de-rate มูลค่าของ PLANB หากการเติบโตของกำไรในอนาคตไม่แข็งแกร่งอย่างที่เคยเป็นมา

ความเสี่ยงที่จะถูก de-rate

ในช่วงก่อนการเกิดโควิดในปี 2015-19 PLANB ซื้อขายที่ระดับมูลค่าที่มีพรีเมียม PE เฉลี่ยที่ 43 เท่า ในปี 2015-19 เนื่องจากมีกำไรเติบโตเฉลี่ยที่ 29% ต่อปี โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อนอกบ้านที่ 16% ต่อปี ในปี 2015-2017 และกลยุทธ์การรวมตลาดเพื่อเพิ่ม revenue capacity ราว 20% ต่อปี อย่างไรก็ตาม ด้วยเรามองว่า 1) การเติบโตของเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อนอกบ้านจะลดลง (การเติบโตลดลงแล้วเหลือ 5% ต่อปี ในปี 2018-19) เนื่องจากส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของสื่อออนไลน์ และ 2) การเติบโตของ revenue capacity ของ PLANB ที่ชะลอตัวลง เนื่องจากไม่มีบริษัทสื่อนอกบ้านใหญ่เหลือให้ PLANB เข้าซื้อกิจการมากนัก (ส่วนแบ่งตลาดของ PLANB อยู่ที่ 39% และพันธมิตรของบริษัท ได้แก่ VGI (“ขาย”) และ MACO (Unrated) อยู่ที่ 18% แล้ว) เราคาดว่าการเติบโตเฉลี่ยของกำไรจะชะลอตัวลงเหลือ 17% ต่อปีในปี 2023-27F และนี่อาจทำให้มีความเสี่ยงที่จะถูก de-rate ราคาเป้าหมายของเราที่ 6 บาท คิดเป็นการซื้อขายที่ 30 เท่า PE ในปี 2023F

แนวโน้มกำไร

ด้วยการขยายเครือข่ายสื่อและการควบรวมกิจการ revenue capacity ของ PLANB จึงเพิ่มขึ้นจาก 5.1 พันลบ. ในปี 2019 เป็น 8.6 พันลบ. ในปีนี้ หลังวิกฤตโควิดบรรเทาลง เราคาดว่าอัตราการใช้พื้นที่โฆษณาจะฟื้นตัวจาก 59% ในปีนี้ (เทียบกับ 55% ใน 1H22 และ 71% ในปี 2019) เป็น 66/71/74% ในปี 2023-25F และผลประโยชน์จาก operating leverage จะเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นจาก 28% ในปีนี้ (เทียบกับ 28% ใน 1H22 และ 34% ในปี 2019) เป็น 30/31/32% ทำให้กำไรเติบโต 34/17/11% y-y ในปี 2023-25F

การตลาดแบบมีส่วนร่วมก็ฟื้นตัวได้ดีเช่นกัน

ธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วมของ PLANB (19% ของรายได้รวมใน 1H22 และ 26% ในปี 2019) ก็ฟื้นตัวได้ดีเช่นกัน เนื่องจากกิจกรรมกลางแจ้งส่วนใหญ่กลับมาเป็นปกติ ด้วยแหล่งรายได้ใหม่จากการตลาดกีฬามวยไทย เราคาดว่ารายได้ธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วมจะฟื้นตัวเป็น 95% ของระดับปี 2019 ในปีนี้ 117% ในปี 2023F และ 127% ในปี 2024F นอกจากนี้เรายังรวมรายได้พิเศษ 250 ลบ. จากเอเชียนเกมส์ในปีหน้าด้วย

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version