Company Equity 14 June 2022, 20:42

NEX (BUY) – เริ่มทำกำไรแล้ว–Target Price Bt22.00, Price Bt18.50


แม้การส่งมอบ E-bus จะล่าช้ากว่าที่คาดไว้ แต่ NEX ก็เริ่มทำกำไรได้แล้วใน 3Q22 ซึ่งความล่าช้าของการส่งมอบนี้เป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น และไม่ส่งผลต่อปริมาณคำสั่งซื้อโดยรวม แม้หลังปรับประมาณการกำไรลงจากสมมติฐานอัตรากำไรการจัดจำหน่ายที่ลดลง เรายังแนะนำ “ซื้อ” NEX บนแนวโน้มกำไรเติบโตจากการรับรู้ธุรกิจ E-bus เต็มปีในปี 2023F

จุดเริ่มต้นสำคัญของธุรกิจใน 3Q22

NEX มีผลการดำเนินงานเป็นกำไรครั้งแรกที่ 8 ลบ. ใน 3Q22 จากขาดทุนไตรมาสละ 65 ลบ. ใน 1Q22 และ 2Q22 เรามองว่า NEX จะมีแนวโน้มกำไรดีขึ้นต่อเนื่องบน 3 ปัจจัยคือ 1) ธุรกิจหลักมีการเริ่มดำเนินงานจริงและมีกำไรได้ตั้งแต่ไตรมาสแรกใน 3Q22 2) เราไม่ได้กังวลต่อการส่งมอบรถ E-bus ที่ล่าช้ากว่าคาด หลังส่งมอบเพียง 221 คัน เทียบกับเป้าหมายเดิมที่ 500 คัน ใน 3Q22 เนื่องจากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในจำนวนคำสั่งซื้อ รวม ส่งผลให้การส่งมอบที่ต่ำกว่าเป้าเป็นเพียงรายได้ที่ล่าช้าออกไป คำสั่งซื้อนั้นยังคงเหลืออยู่ราว 3,200 คัน และยังมี upside จากการหาลูกค้าเพิ่ม เราจึงคาดว่าการส่งมอบที่เพิ่มขึ้นจะทำให้กำไรดีขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ใน 4Q22 เป็นต้นไป 3) หลังอัตรากำไรการจัดจำหน่ายของ NEX ต่ำกว่าที่เราคาดใน 3Q22 เราจึงตัดสินใจปรับประมาณการกำไรปี 2023-25F ลง 43/34/18% เพื่อสะท้อนสมมติฐานอัตรากำไรที่ต่ำลง ทำให้ราคาเป้าหมาย (ปี 2023F) ลดลงเหลือ 22 บาท (จาก 25 บาท) แต่เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” NEX โดยมองเป็นหุ้นเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังเติบโต ด้วยอัตรากำไรเติบโตเฉลี่ย 37% ต่อปีในช่วงปี 2023-26F บนมูลค่าพื้นฐาน PE 27 เท่าในปี 2023F

ยอดคำสั่งซื้อในมือแข็งแกร่ง

ปัจจุบัน NEX มียอดคำสั่งซื้อ E-bus รอส่งมอบราว 3,200 คัน ซึ่งจะส่งมอบตั้งแต่ช่วง 4Q22 ถึงปี 2023 ให้ลูกค้ารายใหญ่ 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ระกอบการรถโดยสารสาธารณะ ส่วนโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ – Absolute Assembly (AAB) – ที่ NEX ถือหุ้น 45% นั้นเริ่มดำเนินการผลิตได้แล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคม และผลิตได้เต็มอัตราการผลิตที่ 300 คันต่อเดือนแล้วในช่วงเดือนพฤศจิกายน เราจึงคาดยอดขาย E-bus ของ NEX จะเพิ่มเป็น 600 คัน ใน 4Q22F (จาก 221 คัน ใน 3Q22) และ 3,000 คันในปี 2023F จากทั้ง backlog เดิมและความต้องการใช้งานจากภาคเอกชนที่คาดจะเพิ่มขึ้น NEX มีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ E-truck ปลายปีนี้ ซึ่งน่าจะมาพร้อมคำสั่งซื้อ เราคาดยอดขาย E-truck 1,000 คัน ในปี 2023F

ภาษีคาร์บอนเป็นปัจจัยหนุนใหม่

เราคาดว่าการบังคับใช้ภาษีการปล่อยคาร์บอน (และมลพิษอื่น) ทั่วโลกจะช่วยเร่งความต้องการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (CEV) การขนส่งและการเดินทางถูกจัดเป็นกิจกรรมการปล่อยคาร์บอน scope-2 (จากการดำเนินธุรกิจ) และ scope-3 (จากการใช้งานซัพพลายเออร์) การเปลี่ยนไปใช้ CEV จึงไม่เพียงลดต้นทุนการดำเนินงานให้บริษัทที่ให้บริการดังกล่าว แต่ยังช่วยป้องกันการมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากภาษีมลพิษให้ลูกค้าได้ด้วย

ตั้งเป้าส่งออกในอนาคต

เราเชื่อว่าความต้องการ CEV ในประเทศนั้นเพียงพอให้ NEX ขาย E-bus ได้ 3,000 คันต่อปี ในปี 2023-25F และ E-truck 3,000 คันในปี 2024-25F NEX ตั้งเป้าส่งออก CEV ไปยังประเทศในอาเซียน โดยใช้ความได้เปรียบการมีข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างกัน และการมีโรงงาน CEV ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค บริษัทแม่ (บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA) ได้เริ่มการแสวงหาพันธมิตร เช่นการลงนามความร่วมมือกับบริษัทในมาเลเซีย เพื่อหาตลาดสำหรับกลุ่มในการส่งออกผลิตภัณฑ์ CEV

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version