Company Equity 24 June 2022, 09:18

JMT (BUY) – ถึงเวลาแล้ว –Target Price Bt90.00, Price Bt64.00


JMT กำลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น พร้อมกับแนวโน้มที่สดใสของ JVAMC ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เรารวมส่วนแบ่งกำไรของกิจการร่วมค้า แต่ปรับลดประมาณการของเราลงเพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นของ JMT ด้วยคาดว่า EPS จะเติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 35% JMT ดูน่าสนใจที่ PEG ที่ <1 เท่า และ EV ต่อยอดจัดเก็บหนี้สุทธิที่ 19 เท่า แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 90 บาท

กำไรสูงเป็นประวัติการณ์ใน 4Q22

เนื่องจากการกลับมาเปิดประเทศ และกิจกรรมทางธุรกิจกลับมาใกล้ปกติ JMT จึงจัดเก็บหนี้ได้เพิ่มขึ้น 31% y-y ใน 9M22 ด้วย 4Q เป็นช่วงไฮซีซั่น บริษัทฯ จึงน่าจะบรรลุเป้าหมายทั้งปีได้อย่างแน่นอนที่ 5 พันลบ. (4.2 พันลบ. ใน 9M22) และเราคาดว่าการจัดเก็บหนี้อยู่ที่ 1.5 พันลบ. ใน 4Q22 ซึ่งจะทำให้การจัดเก็บหนี้รวมอยู่ที่ 5.7 พันลบ. ในปี 2022F ด้วยพอร์ตหนี้ที่ซื้อมาบริหารและหนี้ที่ตัดต้นทุนหมดแล้ว (Fully amortized) อยู่ที่กว่า 5.0 หมื่นลบ. หรือ 20% ของ NPL ทั้งหมดในมือ อัตราส่วนการแปลงหนี้ที่จัดเก็บเป็นกำไรจึงสูงขึ้นจากเฉลี่ย 23.7% ในปี 2020-21 เป็นมากกว่า 25% ในปัจจุบัน เมื่อรวมส่วนแบ่งกำไรจาก JVAMC ที่ 36 ลบ. เราคาดว่ากำไร 4Q22F อยู่ที่ 688 ลบ. เพิ่มขึ้น 44% y-y และ 51% q-q

JK มีความคืบหน้าที่ดี

JK คือบริษัทร่วมทุน JVAMC 50:50 ระหว่าง JMT กับ KBANK JK ใช้เงินไม่ถึง 1 หมื่นลบ. เพื่อซื้อหนี้เสียทั้งที่มีหลักประกัน (Secure) และไม่มีหลักประกัน (Unsecure) จาก KBANK มูลค่า (face value) 5 หมื่นลบ. ในช่วง 2Q-3Q22 JV ประสบความสำเร็จในจัดเก็บหนี้จำนวน 380 ลบ. และทำกำไรสุทธิได้ที่ 71 ลบ. ใน 3Q22 ภายใต้สมมติฐาน IRR ของเราที่ 17% และจุดคุ้มทุน 4 ปีที่ระดับการจัดเก็บหนี้ เราคาดว่าส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุนอยู่ที่ 71 ลบ. ในปีนี้, 185 ลบ. ในปี 2023F และ 145 ลบ. ในปี 2024F JK คาดว่าจะเข้าซื้อหนี้อีก 5.0 หมื่นลบ. เพื่อให้ถึง 1.0 แสนลบ. ภายในปี 2025F ซึ่งเรายังไม่รวม upside นี้ในประมาณการของเรา

EPS เติบโตเฉลี่ย 3 ปีที่ 35% ในปี 2022-25F

เรารวมกำไรของ JK ตามที่กล่าวข้างต้น แต่ปรับกำไรของเราสำหรับ JMT ลงเฉลี่ย 8% ในปี 2022-25F สะท้อนการขาดทุนในธุรกิจประกันภัยในช่วง 1H22 และค่าใช้จ่ายพนักงานของ JMT ที่สูงกว่าที่คาด แม้จะปรับลดกำไร แต่เรายังคงคาดว่า EPS จะเติบโตแข็งแกร่งมากที่ 18/43/37/26% ใน 2022-25F ปัจจัยผลักดันที่สำคัญคือ 1) การจัดเก็บหนี้ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 28% ต่อปี; 2) ภาระหนี้ทางการเงินที่ลดลงเนื่องจากการเก็บหนี้ที่สูงขึ้น และสมมติฐานการซื้อ NPL ที่ลดลงของเราเป็น 2.6 พันลบ. ในปีนี้ และ 6 พันลบ. และ 1.0 หมื่นลบ. ในปี 2023-24F และ 3) operating leverage effect

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 90 บาท

เราปรับมาใช้ปีฐาน 2023F แต่ด้วยผลของการปรับลดกำไร ราคาเป้าหมายของเราจึงถูกปรับลดลงเหลือ 90 บาท (จาก 100 บาท) ด้วยกำไรที่ชะลอตัวลงของ JMT ใน 9M22 เนื่องจากผลขาดทุนของธุรกิจประกันและค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงขึ้น ราคาหุ้นของ JMT จึงลดลง 27% จากจุดสูงสุดในเดือนพ.ค.ที่ 87.5 บาท แม้ว่าเรามองว่า PE ไม่ใช่ตัวบ่งชี้มูลค่า เนื่องจากไม่ได้สะท้อนกระแสเงินสดที่แท้จริงที่ cash collection yield ที่ 37%-บวก แต่ PE ของ JMT ไม่แพงอีกต่อไปที่ 34 เท่า ในปี 2023F และลดลงเหลือ 25 เท่า ในปี 2024F เรายังคงชอบที่จะพิจารณาที่อัตราส่วน EV ต่อยอดจัดเก็บหนี้สุทธิมากกว่า ซึ่งอยู่ในระดับที่น่าสนใจมากที่ 18/13 เท่า ในปี 2023-24F ด้วยมี upside 41% จากราคาเป้าหมายของเรา และให้ yield 2-3%  เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version