Equity Industries 27 June 2023, 03:10
Telecom Sector (Underweight) – สองการควบรวมกิจการครั้งใหญ่ในตลาดโทรคมนาคมไทย
- เราคาด 2 ดีลการควบรวมกิจการจะเสร็จสิ้นใน 1Q23F
- ซึ่งจะทำผู้เล่นรายใหญ่มีขนาดทางธรุกิจใกล้เคียงกันมาก
- เราเห็นโอกาสการทำ arbitrage บนดีลระหว่าง DTAC และ TRUE
- ADVANC ยังคงเป็นหุ้นที่เราชอบที่สุดในเชิงพื้นฐาน
News update:
เราคาดการควบรวมกิจการครั้งใหญ่สองรายการในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยจะเสร็จสิ้นใน 1Q23F ได้แก่ 1) การควบรวมกิจการระหว่าง บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) และ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) และ 2) การที่ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) จะเข้าซื้อกิจการของบริษัททริปเปิลที บรอดแบนด์ (TTTBB) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง (FBB) ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของไทยในปัจจุบัน
ตลาดการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
- หลังจากได้รับการอนุมัติแบบมีเงื่อนไขจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มาแล้ว DTAC และ TRUE กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการควบรวมกิจการ โดยตั้งเป้าแล้วเสร็จภายใน 1Q23F
- การควบรวมกิจการจะดำเนินการผ่านการแลกเปลี่ยนหุ้น จากหุ้นเดิมของทั้งสองบริษัท เป็นหุ้นใหม่ของบริษัทควบรวม (merged-co) โดยอัตราส่วนการแลกเปลี่ยนเป็นหุ้นใหม่ของบริษัทควบรวม 1 หุ้น ต่อ 6.13444 หุ้นเดิมของ DTAC หรือ 0.60018 หุ้นเดิมของ TRUE ซึ่งหลังจากการควบรวมแล้วเสร็จ โครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทควบรวมจะเป็น CP Group 29.0%, Telenor Asia 19.6%, China Mobile 10.4%, Thai Telco Holdings 7.7% และผู้ถือหุ้นรายย่อยมีสัดส่วน 33.2%
- หลังการควบรวมกิจการของ DTAC-TRUE จะทำให้ตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของไทยจะกลายเป็นตลาดที่มีผู้เล่นเพียงสองราย (Oligopoly) โดยบริษัทควบรวมจะมีส่วนแบ่ง 54% ของผู้ใช้บริการทั้งหมด ในขณะที่ ADVANC มีส่วนแบ่ง 46% (Exhibit 1)
ตลาดให้บริการอินเตอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง
- ADVANC กำลังขออนุมัติจาก กสทช. เพื่อเข้าซื้อกิจการ 100% ใน TTTBB ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงที่ใหญ่เป็นอันดับสองในไทย โดยมีส่วนแบ่ง 21% ของจำนวนผู้ใช้บริการรวม เราเชื่อว่าการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะได้รับการอนุมัติในที่สุดและสามารถสรุปได้เสร็จสิ้นภายใน 1Q23F เช่นกัน
- หากการเข้าซื้อกิจการสำเร็จ ส่วนแบ่งการตลาดของ ADVANC ในเชิงผู้ใช้บริการ FBB รวมทั้งหมดในประเทศจะพุ่งขึ้นเป็น 39% ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับ TRUE ที่เป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของตลาดในปัจจุบันที่มีส่วนแบ่งการตลาด 41% (Exhibit 2)
มุมมองของเรา:
- เราคาดความรุนแรงของการแข่งขันด้านราคาจะอ่อนตัวลงในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม(ทั้งตลาดการให้บริการโทรศัพท์มือถือ และการให้บริการอินเตอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง) หลังการควบรวมกิจการ เนื่องจากผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์สุทธิน้อยลงจากการใช้กลยุทธการตัดราคาเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาด เมื่อส่วนแบ่งของผู้เล่นหลักอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น
- แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่ได้คาดว่าผู้ประกอบการจะสามารถปรับราคาการให้บริการขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญในระยะเวลาอันใกล้ เนื่องจากเราเชื่อว่าปัจจัยที่เป็นแรงกดดันรายได้ของอุตสาหกรรมในปัจจุบันคือกำลังซื้อที่อ่อนแอของลูกค้า มากกว่าการตัดราคาของผู้ประกอบการกันเอง โดยเรายังเชื่อว่าจะต้องอาศัยเทคโนโลยีหรือแอปพลิเคชันใหม่ที่เพิ่มเติมจากปัจจุบันในการกระตุ้นหรือโน้มน้าวให้กลุ่มผู้ใช้บริการ ยอมจ่ายค่าบริการที่มากขึ้นเพื่อให้ได้รับบริการรูปแบบใหม่เหล่านั้น
- แม้จะกลายเป็นผู้เล่นอันดับสองของอุตสาหกรรมหลังการควบรวมกิจการครั้งใหญ่นี้ แต่เรายังมองว่า ADVANC เป็นตัวเลือกการลงทุนที่ดีที่สุดบนแนวโน้มการฟื้นตัวรายได้และกำไรของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมหลังช่วงโควิด เนื่องจากเราชอบที่ ADVANC มีความสามารถการทำกำไร และสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งกว่าคู่แข่งมาก
- เราเห็นโอกาสการทำ arbitrage บนดีลการควบรวมกิจการระหว่าง DTAC และ TRUE โดยเราคำนวณได้ว่าบนราคาตลาดปัจจุบันนั้น ราคาหุ้น TRUE นั้นมีมูลค่าสูงกว่า DTAC อยู่ที่ 8% ภายใต้สัดส่วนการแลกหุ้นเป็นหุ้นใหม่ของบริษัทควบรวม สามารถดู Exhibit 3 สำหรับตารางความสัมพันธ์ราคาหุ้นที่เหมาะสมระหว่าง DTAC และ TRUE
- นอกจากนั้นมูลค่าตามราคาตลาดของ บมจ. จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS, non-rated) ปัจจุบันอยู่ที่เพียง 1.89 หมื่นลบ. ซึ่งต่ำกว่าเงินที่ JAS จะได้จากการขายธุรกิจ TTTBB และหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) ให้แก่ ADVANC ซึ่งรวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 3.24 หมื่นลบ.
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
