Company Equity 27 June 2023, 11:31

ERW (BUY) – ได้ประโยชน์ที่สุดจากการกลับมาของชาวจีน–Target Price Bt5.50, Price Bt4.50


เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ERW และกลายเป็นหุ้น Top Pick ของเราในกลุ่มโรงแรมไทย ERW เป็นผู้ที่ได้ประโยชน์จากการกลับมาเปิดประเทศอีกครั้งของจีนมากที่สุด ขณะที่เราคาดว่าผลการดำเนินงานยังกำลังพลิกกลับมามีกำไรใน 4Q22F โดยไม่ปัจจัยกังวลด้านงบดุลอีกต่อไป ราคาเป้าหมายปี 2023F อยู่ที่ 5.50 บาท/หุ้น

ปัจจุบันเป็นหุ้น Top Sector Pick ของเรา

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ERW และเป็น Top Pick ของเราในกลุ่มโรงแรมไทย แทนบมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL, “ซื้อ”) 1) เรามองว่า ERW ได้ประโยชน์มากที่สุดในกลุ่มฯ จากการกลับมาเปิดประเทศของจีน ด้วย 12% ของรายได้รวมปี 2019 มาจากชาวจีน เทียบกับ CENTEL ที่ 5% และบมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT, “ซื้อ”) ที่ 5% 2) เราคาดว่า ERW จะกลับมามีกำไรแข็งแกร่งกว่าคาดใน 4Q22F และเราปรับกำไรขึ้น 12/5% ในปี 2023-24F และปรับผลขาดทุนในปี 2022F ลงเหลือ 411 ลบ. (จากขาดทุน 668 ลบ.) ด้วยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ 1.2 เท่า ในปี 2023F และมีกระแสเงินสดอิสระกลับมาเป็นบวกตั้งแต่ปี 2022F ความเสี่ยงด้านงบดุลจึงไม่ใช่ปัจจัยกังวลอีกต่อไป 3) ด้วยเป็น asset-based company ในอุตสาหกรรมที่เติบโตและให้ผลตอบแทนดี ERW จึงซื้อขายที่ PE สูง ที่ค่าเฉลี่ย 5 ปีก่อนโควิดที่ 37 เท่า และคาดว่าจะซื้อขายที่ 2024F PE ที่ 30.6 เท่า ราคาเป้าหมายปี 2023F อยู่ที่ 5.5 บาท (จาก 4.5 บาท)

ได้ประโยชน์จากการกลับมาเปิดประเทศของจีนมากที่สุด

เราคาดว่า ERW จะได้ประโยชน์จากจีนที่กลับมาเปิดประเทศอีกครั้งมากกว่า CENTEL และ MINT ใน 2 แง่มุม ได้แก่ 1) ERW ดำเนินเฉพาะธุรกิจโรงแรม โดย 96% ของรายได้มาจากธุรกิจโรงแรม เทียบกับ CENTEL ที่ 41% และ MINT ที่ 76% ด้วย CENTEL และ MINT มีธุรกิจอาหารด้วย และ 2) รายได้จากนักท่องเที่ยวจีนคิดเป็น 12% ของรายได้โรงแรมรวมของ ERW ในปี 2019 เทียบกับ 12% สำหรับ CENTEL และ 6% สำหรับ MINT โดยรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนคิดเป็น 12% ของรายได้รวมในปี 2019 ของ ERW ขณะที่ CENTEL อยู่ที่ 5% และ MINT ที่ 5%

กลับมามีกำไรใน 4Q22

ขณะที่ CENTEL และ MINT กลับมามีกำไรในบางไตรมาสใน 9M22 จากการฟื้นตัวของธุรกิจอาหารและการฟื้นตัวของโรงแรมในยุโรปสำหรับ MINT แต่ ERW ซึ่งดำเนินเฉพาะธุรกิจโรงแรมคาดว่าจะพลิกกลับมามีกำไรที่หลังใน 4Q22F เราคาดว่าจะมีกำไร 46 ลบ. ใน 4Q22F เทียบกับขาดทุน 11 ลบ. ใน 3Q22 และขาดทุน 346 ลบ. ใน 4Q21 ด้วยผลของ operating leverage เราคาดว่ากำไรจะอยู่ที่ 301/720 ลบ. ในปี 2023-24F  พลิกจากขาดทุน 411 ลบ. ในปี 2022F ดู Exhibit 10 และ 13 สำหรับการปรับประมาณการกำไร และสมมติฐานหลักของเรา

ฐานะการเงินไม่มีความเสี่ยงอีกต่อไป

เนื่องจากผลของโควิด ปี 2021 ERW จึงเพิ่มทุน 2 พันลบ. ขายโรงแรม 2 แห่ง ในสมุย มูลค่า 925 ลบ. และประเมินมูลค่าสินทรัพย์ใหม่ 2.7 พันลบ. และในปีนี้ บริษัทฯ ขายโรงแรม 3 แห่ง ในภูเก็ต หัวหิน และกระบี่ มูลค่ารวม 1.1 พันลบ. ซึ่งช่วยให้งบดุลและกระแสเงินสดดีขึ้นมาก และเราคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ 1.4/1.2 เท่า ในปี 2022-23F เทียบกับ 2.8 เท่าในปี 2020 (2.5 เท่า debt covenant) เราคาดว่า EBITDA อยู่ที่ 948 ลบ./1.7 พันลบ./2.2 พันลบ.ในปี 2022-24F นอกจากนี้ เรายังรวมค่าใช้จ่ายลงทุนที่ 800 ลบ. ในปี 2022F สำหรับ 9 โรงแรมใหม่ และเราสมมติให้ค่าใช้จ่ายลงทุนอยู่ที่ 500/800 ลบ. ในปี 2023-24F สำหรับการปรับปรุงโรงแรมที่มีอยู่ และการเปิดโรงแรมใหม่ 3 แห่งในปี 2024F

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version