Company Equity Market Strategy 8 June 2023, 03:45

Siam Senses – รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศของจีน


เรากลับมามองบวกมากขึ้นต่อ SET และปรับเพิ่มเป้าดัชนีสิ้นปีเป็น 1,750 จุด จาก 1,650 จุด จากโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นจากการกลับมาเปิดประเทศเร็วกว่าคาดของจีน เรายังคงเล่นธีมการบริโภคภายในประเทศ, กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวพันอย่างมากกับจีน และกลุ่มพลังงาน

มีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อ SET

เนื่องจากการกลับมาเปิดประเทศของจีนที่เร็วกว่าคาด ทำให้เราเห็นแนวโน้มที่แข็งแกร่งขึ้นของเศรษฐกิจไทยและดัชนี SET เราปรับเพิ่มเป้าดัชนีสิ้นปีเป็น 1,750 ด้วยมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับการ re-rate เป็น 16.4 เท่า (ค่าเฉลี่ย 10 ปีสำหรับ PE ปีปัจจุบัน) จากปัจจุบันที่ 15.7 เท่า (เป้าหมายเดิมของเราที่ 15 เท่า) เราคิดว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่จะเติบโตดีต่อเนื่องคือกลุ่มที่เกี่ยวกับการบริโภคและการท่องเที่ยว รวมถึงกลุ่มพลังงาน ในครั้งนี้ เราเพิ่มหุ้นสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคเข้ามาเป็น Top Pick ในพอร์ตของเรา เนื่องจากคุณภาพสินทรัพย์ที่น่าจะดีขึ้น และแรงกดดันด้านต้นทุนทางการเงินที่ลดลง

การกลับมาเปิดประเทศเร็วกว่าคาดของจีนเป็นแรงหนุนใหญ่

ก้าวย่างและท่าทีที่จีนเปิดพรมแดนอีกครั้งนั้นเหนือความคาดหมายของเรา แต่เราเชื่อว่าเป็นผลดีต่อไทย เนื่องจากจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดและเป็นชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวมากที่สุดของไทย เราคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามายังประเทศราว 28 ล้านคน ในปีนี้ และ 40 ล้านคน ในปีหน้า (เท่ากับปี 2019) ซึ่งส่วนใหญ่ได้แรงหนุนจากการไหลเข้ามาของนักท่องเที่ยวจากจีน AOT และ CENTEL ยังคงได้รับประโยชน์หลักจากแนวโน้มนี้ นอกจากนี้เรายังคงเลือก PSL เป็น Top BUY ของเรา เนื่องจากเราคิดว่าอุปสงค์สินค้าแห้งเทกองจะเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังเทศกาลตรุษจีน และสุดท้าย LH ได้ประโยชน์จากความต้องการที่อยู่อาศัยภายในประเทศที่แข็งแกร่ง และการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของต่างชาติ

Consumer finance เทียบกับ Consumption plays

เรายังคงมองบวกต่อเรื่องราวการบริโภคภายในประเทศ และยังคงเลือก CPALL และ COM7 เป็น Top Picks ของเรา แต่อย่างไรก็ตาม จากการเลือกเฟ้นหุ้นของเรา เราเชื่อว่าหุ้นค้าปลีกอื่นๆ ส่วนใหญ่ ราคาหุ้นได้สะท้อนคาดการณ์การฟื้นตัวไปแล้ว และอาจให้ upside ไม่ได้มากอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ เราจึงเลือกใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างออกไป และเลือกที่จะเล่นธีมนี้ผ่านสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคอย่าง TIDLOR และ SAWAD และให้เป็น Top Buy ของเราแทน BEC (ฟื้นตัวช้า) เนื่องจากการว่างงานที่ลดลงอย่างต่อเนื่องและหนี้ครัวเรือนที่ลดลง เราคิดว่าฐานะทางการเงินของผู้บริโภคอยู่ในสถานะที่ดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นมานับตั้งแต่เกิดโรคระบาด ดังนั้นเราเชื่อว่าปัญหา NPL ที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจจะถึงจุดสูงสุดในไม่ช้า และเริ่มลดลงภายหลังในปีนี้ นอกจากนี้เรายังคาดว่าแรงกดดันด้านต้นทุนทางการเงินจะผ่อนคลายลง เนื่องจาก ธปท. ไม่น่าจะใช้นโยบายเชิงรุกเท่ากับเฟด

กลุ่มพลังงานมีแนวโน้มวิ่งขึ้น

เรายังคงมองบวกต่อแนวโน้มถ่านหินและก๊าซรวมทั้งค่าการกลั่น เราคิดว่าฤดูหนาวที่อบอุ่นอย่างมากในยุโรปและสหรัฐอเมริกาไม่ใช่ปัจจัยถาวรที่อาจพลิกวิกฤติอุปทานได้ หุ้นพลังงานถูกเทขายลง แม้จะมี valuation ที่น่าสนใจ (PEs อยู่ที่ระดับเลขหลักเดียวต้นๆ) และราคาถ่านหินที่แข็งแกร่งมาก (ราคาถ่านหิน NEX ยังคงอยู่ที่ระดับเกือบ US$400/ton) และค่าการกลั่น (ค่าการกลั่นสิงคโปร์อยู่ในช่วง US$8-10/bbl เทียบกับในอดีตที่ US$4-7/bbl) เรามองว่าการปรับตัวลงล่าสุดของราคาหุ้น BANPU และ TOP ซึ่งเป็น Top picks ของเราเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ อย่างไรก็ตาม เราเอา ESSO ออกจากพอร์ตของเราหลังจาก BCP ประกาศเข้าซื้อกิจการ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version