CHG (BUY) – กำไรยังคงอ่อนแอใน 2Q23F –Target Price Bt3.70, Price Bt2.90
เรามองว่า CHG ยังคงมีกำไรที่อ่อนแอใน 2Q23F จากการเติบโตของผู้ป่วยเงินสดชาวไทยที่ชะลอตัวลง และค่าใช้จ่ายก่อนดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากโรงพยาบาลใหม่ อย่างไรก็ตาม การซื้อขายที่ 27.7 เท่า และ 24.2 เท่า PE ในปี 2023-24F สะท้อนถึงกำไรที่อ่อนตัวใน 1H23F แล้ว เรายังคาดว่า EPS จะกลับมาเติบโตมากขึ้นตั้งแต่ 2H23F เป็นต้นไป คงคำแนะนำ ซื้อ CHG
กำไรน่าจะยังคงอ่อนแอใน 2Q23F
เราคาดว่า CHG จะรายงานกำไรสุทธิ 241 ลบ. ใน 2Q23F ลดลง 72.5% y-y และทรงตัว q-q ซึ่งน่าจะอ่อนแอจาก 1Q23 แม้เราจะเห็นรายได้ประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งได้แรงหนุนจากอัตราค่าบริการเหมาจ่าย 10% ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม 2023 การเติบโตที่ชะลอตัวของผู้ป่วยเงินสดชาวไทย และอัตรากำไรขั้นต้นที่ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายก่อนดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากโรงพยาบาลใหม่สองแห่ง – โรงพยาบาลจุฬารัตน์แม่สอด และศูนย์การแพทย์จุฬารัตน์ – ทำให้กำไรเติบโตทรงตัว q-q ใน 2Q23F กำไรที่น่าจะลดลงอย่างมาก y-y คาดว่าเป็นเพราะรายได้ที่ลดลงจากบริการที่เกี่ยวกับโควิด-19
EPS กลับมาเติบโตมากขี้นตั้งแต่ 2H23F
แม้ว่าจะขาดเรื่องราวการเติบโตของกำไรใน 1H23F เนื่องจากการลดลงของประโยชน์จากโควิด และค่าใช้จ่ายก่อนดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากโรงพยาบาลใหม่ แต่เรายังคงชอบ CHG ในฐานะบริษัทที่เราเชื่อว่ามีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง มีกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เหมาะสมเพื่อมุ่งสู่การดูแลผู้ป่วยหนัก แบรนด์ที่มั่นคง และทำเลที่ตั้งของโรงพยาบาลที่ดี เราคาดว่า EPS จะกลับมาเติบโตตั้งแต่ 2H23 เป็นต้นไป โดยได้แรงหนุนจากจำนวนผู้ป่วยเงินสดที่ดีขึ้น จำนวนผู้ประกันตนและอัตราค่าบริการเหมาจ่ายภายใต้โครงการประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น รายได้จากการรักษาโรคร้ายแรงที่เพิ่มขึ้น และการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น เราคาดว่า EPS ของ CHG จะเติบโต 23% y-y ใน 2H23F และ 15/13% y-y ในปี 2024-25F
เปิดสองโรงพยาบาลใหม่
โรงพยาบาลจุฬารัตน์แม่สอด 100 เตียง (เฟสแรก 59 เตียง) (CMH) ที่จังหวัดตาก เปิดให้บริการแล้วเมื่อกลางเดือนมิ.ย. 2023 ส่วนศูนย์การแพทย์จุฬารัตน์ (CMC) 50 เตียง เปิดให้บริการในเดือนก.ค. 2023 ธุรกิจของ CMH หลังเปิดดำเนินการได้ 1.5 เดือน เป็นไปตามเป้าหมายของผู้บริหาร CMH เน้นเฉพาะผู้ป่วยเงินสดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ (ชาวพม่าและจีน) จากเมียนมาร์ ขณะที่ CMC จะให้บริการผู้ป่วยเงินสด ผู้ป่วยในโครงการประกันสังคม และผู้ป่วยในโครงการ UCEP เราคาดว่าทั้งสองโรงพยาบาลจะมีผลขาดทุน 67/70/15 ลบ. ในปี 2023-25F
มูลค่าไม่แพง คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” CHG 1) เราเชื่อว่าราคาหุ้นที่ลดลง 28% จากจุดสูงสุดในปีนี้ได้สะท้อนกำไรที่น่าจะอ่อนแอใน 1H23F แล้ว ด้วยผลการดำเนินงาน 2Q23F ของบริษัทฯ ที่คาดว่าจะอ่อนแอ เราจึงปรับลดกำไรลงเพียง 2-3% ในปี 2023-25F และปรับลดราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2024F) เป็น 3.70 บาท จาก 3.80 บาท 2) แม้ว่าจะมีผลขาดทุนจากโรงพยาบาลใหม่ แต่เราคาดว่า EPS จะกลับมาเติบโตที่ 23% y-y ใน 2H23F และ 15/13% y-y ในปี 2024-25F และ 3) การซื้อขายที่ 27.7 เท่า และ 24.2 เท่า PE ในปี 2023-24F เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีก่อนช่วงโควิดที่ 43.4 เท่า เรามองว่ามูลค่าของ CHG นั้นไม่แพง
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
