Company Equity 8 Oct 2023, 17:26

EA (BUY) – เติบโตต่อไปทีละขั้น –  Target Price Bt80.00, Price Bt61.75


เรามองว่าการลงนาม MOU กับผู้ผลิตแบตเตอรี่จีนเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการขยายธุรกิจผลิตแบตเตอรี่ของ EA ไปสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลที่มีขนาดใหญ่กว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์มาก โดยในบทวิเคราะห์เราประเมินมูลค่า EA ในแต่ละขั้นการเติบโตใหม่ และยังแนะนำ “ซื้อ” 

รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ยังหนุนการเติบโต

EA มุ่งเน้นรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (CEV) เป็นตลาดแรกในการขยายธุรกิจผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งยังจะเป็นแหล่งการเติบโตกำไรได้อีกหลายปี ทั้งนี้ EA มีแผนขยายกำลังการผลิตโรงงานแบตเตอรี่เป็น 2/4GWh ในปี 2024-25F เพื่อรองรับการผลิตของโรงงาน CEV (E-bus และ E-truck) ที่บริษัทเป็นเจ้าของอยู่ 73% และเพื่อรอรับการผลิต E-pickup และ E-locomotive ในอนาคต เรามองเงินลงทุนสำหรับการขยายกำลังการผลิตครั้งนี้เพียง 6.0 พันลบ. เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานหลักอยู่แล้วตั้งแต่การลงทุน 5.2 พันลบ. สำหรับโรงงานแบตเตอรี่เฟสแรกในปี 2020 (กำลังการผลิต 1GWh) EA คาดจะใช้เครื่องจักรที่ออกแบบเองและผลิตได้ในประเทศมากขึ้นเพื่อลดเงินลงทุน และมีแผนจะนำการผลิตแบตเตอรี่ LFP เข้ามาในโรงงาน

ก้าวสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล

หลังลงนามสัญญา MOU ไปเมื่อเดือนกรกฎาคมกับสองผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำของจีน (Eve Energy และ Sunwoda) EA คาดจะตัดสินใจได้ภายในปีนี้ว่าจะตั้งบริษัทร่วมทุน (ถือหุ้น 51%) กับบริษัทใดในการสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ใหม่ ในบริเวณเดียวกับโรงงานเดิมในฉะเชิงเทรา (ซึ่งอยู่ในพื้นที่ EEC) เรามองว่าความร่วมนี้เป็นก้าวที่สำคัญของ EA ในการรุกเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล (PEV) ที่มีความต้องการแบตเตอรี่ในปริมาณมาก เราคาดโรงงานใหม่เริ่มดำเนินงานด้วยกำลังการผลิต 2GWh ในปี 2026F และเพิ่มขึ้นเป็น 6GWh ในปี 2028F และเนื่องจากเราเชื่อว่าการเติบโตธุรกิจผลิตแบตเตอรี่ของ EA จะต่อเนื่องและแข็งแรงขึ้นหลังการร่วมทุนดังกล่าว เราจึงรวมเข้าในประมาณการของเราถึงโอกาสการขยายกำลังการผลิตของ EA เองอีก 10GWh เพื่อรองรับผู้ผลิต EV อีกจำนวนมากที่ทยอยประกาศตั้งฐานการผลิตในไทยสำหรับทั้งตลาดในประเทศและส่งออก

ธุรกิจเกี่ยวกับ ESS ต่อไปในอนาคต

EA มองว่าการใช้งานแบตเตอรี่เพื่อระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) จะปัจจัยผลักดันการเติบโตหลัก ตั้งแต่บริษัทริเริ่มลงทุนในธุรกิจผลิตแบตเตอรี่เมื่อหลายปีก่อน เราเชื่อว่าต้นทุนราคา ESS จะลดลงสู่จุดที่คุ้มทุนได้ทางธุรกิจแต่อาจยังใช้เวลาหลายปี เราจึงตัดสินใจนำโอกาสธุรกิจจากความต้องการแบตเตอรี่ และการให้บริการระบบ ESS ออกจากประมาณการของเราชั่วคราว หลังจากแผน PDP ฉบับใหม่ของไทย ที่เราคาดจะระบุหลักเกณฑ์และกฎระเบียบสำหรับการใช้ ESS ในโรงไฟฟ้าและโครงข่ายไฟฟ้า เลื่อนการประกาศออกมาตั้งแต่ปี 2022 และยังไม่มีกรอบเวลาใหม่

นำ ESS ออกจากราคาเป้าหมายชั่วคราว

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” EA บนเรื่องราวการเติบโตธุรกิจการผลิตเกี่ยวเนื่อง CEV และการก้าวเข้าสู่ตลาด PEV แต่หลังเราตัดสินใจหักมูลค่าจากธุรกิจ ESS ออกชั่วคราว ราคาเป้าหมายของเรา (ปีฐาน 2024F) จึงลดลงเหลือ 80 บาท (จาก 100 บาท) โดยแยกได้เป็น 45 บาท จากธุรกิจเดิม (ไบโอดีเซล โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน โรงงานแบตเตอรี่ 4GWh และ CEV) 12 บาท จากการร่วมทุนโรงงานผลิตแบตเตอรี่ 6GWh กับพันธมิตรจีน และ 23 บาท จากโอกาสขยายโรงงานผลิตแบตเตอรี่อีก 10GWh เพื่อรองรับการผลิต PEV ในไทย และในกรณีที่ดีที่สุดซึ่งรวมโอกาสจาก ESS ไว้ด้วย เราคาดกำลังการผลิตแบตเตอรี่ของ EA จะเติบโตได้ถึง 30GWh ในปี 2033F และรวมกลับมาเป็นมูลค่าพื้นฐานได้ที่ 100 บาท/หุ้น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version