Equity Industries 7 Oct 2023, 14:33
Utilities (Neutral) – รัฐบาลใหม่ประกาศปรับลดค่าไฟลงอย่างมีนัยสำคัญ
- นายกรัฐมนตรีใหม่ประกาศปรับค่าไฟฟ้าลงเหลือ 4.1 บาท
- โดยจะใช้การยืดหนี้ให้ EGAT เพื่อลดค่า Ft
- การปรับลดราคาค่าไฟฟ้านี้ส่งผลลบอย่างหนักต่อ SPPs
- โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนกลุ่ม adders ได้รับผลกระทบเล็กน้อย
News Update:
- เมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ (นายเศรษฐา ทวีสิน) แถลงมาตรการช่วยลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชนของรัฐบาลใหม่ ซึ่งส่วนหนึ่งคือการลดราคาค่าไฟฟ้า (รวมทั้งผู้ใช้ไฟฟ้าครัวเรือน ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม) ลงเหลือ 4.1 บาทต่อหน่วย สำหรับเดือนกันยายน ถึง ธันวาคม 2023 นี้ ซึ่งเป็นการเข้าแทรกแซงราคาค่าไฟฟ้าเชิงรุกหลังจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลหลักของอุตสาหกรรมพลังงานในไทยประกาศค่าไฟฟ้าสำหรับงวดสี่เดือนหลังของปีนี้ไปแล้วเมื่อเดือนก่อนที่ 4.45 บาทต่อหน่วย
- รัฐบาลจะใช้การยืดระยะเวลาการชำระหนี้คงค้างราว 1.35 แสนล้านบาทที่แบกรับอยู่โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่เป็นผู้รับภาระอยู่อุดหนุนราคาค่าไฟฟ้าให้ประเทศในช่วงสองปีที่ผ่านมา (2021-22) จากแผนเดิมที่ กกพ. วางไว้ที่ 20 เดือน เพื่อชดเชยการปรับลดค่า Ft ลงเพิ่มอีก 0.35 บาทในรอบนี้
- การปรับราคาค่าไฟฟ้าลงนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออัตรากำไรของโรงไฟฟ้า SPP ซึ่งมีราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมอ้างอิงอยู่กับราคาค่าไฟฟ้าของประเทศ โดยเราประเมินว่า GPSC จะได้รับผลกระทบต่อกำไรปี 2023F สูงสุดที่ 6% ตามมาด้วย BGRIM ที่ 5% และ GULF 1% ตามลำดับ (ดู Exhibit 1 ประกอบ)
- และเนื่องจากค่า Ft เป็นส่วนประกอบหนึ่งของสูตรราคารับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนกลุ่ม adders (ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม) กล่าวคือราคารับซื้อไฟฟ้า = ราคาค่าไฟฟ้าฐาน + Ft + adders การปรับค่า Ft ลงนี้จึงทำให้ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยของโครงการดังกล่าวลดลง แต่อย่างไรก็ตามผลกระทบในเชิงกำไรนั้นน้อยกว่าของกลุ่ม SPP มาก โดยอยู่ที่เพียง 0-2% ของกำไรทั้งปี
- ทั้งนี้เรามองว่ายังมีความเสี่ยงทางลบเพิ่มเติมต่อประมาณกำไรปี 2024F ของกลุ่มผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า SPP (ราว 3-8%) และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน (1-3%) เนื่องจากปัจจุบันเราใช้สมมติฐานราคาค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของประเทศสำหรับปี 2024F อยู่ที่ 4.2 บาทต่อหน่วยในประมาณการของเรา
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
