DIF (BUY) – ราคาปรับลงมามากเกินไป –Target Price Bt11.00, Price Bt9.40
เราปรับคำแนะนำ DIF เป็น “ซื้อ” หลังราคาหน่วยลดลง 24% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา แต่สัญญาเช่าสินทรัพย์ยังสร้างรายได้สม่ำเสมอได้ตามเดิม แม้เราปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 11 บาท บนอายุสัญญาที่ลดลงและต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แต่คาด DIF จะยังให้อัตราผลตอบแทนปันผลสูงถึง 10% ในช่วงปี 2023-25F และมีผลตอบแทนจนสิ้นสุดสัญญาที่ 7% IRR
ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ”
เราปรับคำแนะนำ DIF ขึ้นเป็น “ซื้อ” (จากเดิม ถือ) ด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ 1) เรามองว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงในสัญญาเช่าทรัพย์สินหลักของ DIF (ราคาและปริมาณการเช่าคงที่) จนถึงปี 2033 และยังมองว่า 6 สัญญาเช่าย่อย (จาก 9 สัญญา) จะได้ต่ออายุไปถึงปี 2043 2) หลังราคาหน่วยลดลง 24% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ทำให้อัตราตอบแทนปันผลของ DIF ขึ้นมาสูงถึง 10% ในปี 2023-25F ทั้งนี้แม้เราปรับลดประมาณการเงินปันผลปี 2023-26F ลง 5-8% เพื่อสะท้อนต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ยที่สูงขึ้นเป็น 5.6% ในปี 2023F (จาก 4.1% ในปี 2022) และ 3) เราประเมิน IRR ของ DIF บนระยะถือครอง 20 ปีอยู่ที่ 7.3% ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจ (สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลไทยราว 4%) บนความเสี่ยงคู่สัญญาที่ลดลงหลังจากการควบรวมเสร็จสมบูรณ์ เราปรับลดราคาเป้าหมาย (DDM ปีฐาน 2024F) ลงเหลือ 11 บาทต่อหน่วย (จาก 14.5 บาท) หลังการปรับประมาณการดังกล่าว
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในสัญญาเช่า
สัญญาเช่าสินทรัพย์ของ DIF ที่มีทั้งราคาเช่าเฉลี่ยและปริมาณเช่าคงที่จะดำเนินไปจนถึงปี 2033F โดย TRUE เป็นผู้เช่าหลักในสินทรัพย์เสาโทรคมนาคม และระบบเคเบิลใยแก้วนำแสงทั่วประเทศ สำหรับให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ อินเทอร์เน็ตบ้าน (FBB) แก่ลูกค้า 51 ล้านราย และ 3.8 ล้านรายตามลำดับ เราเชื่อว่าสัญญาเช่าย่อย 6 สัญญา (จากทั้งหมด 9 สัญญา) ซึ่งเป็น 67% ของรายได้รวมของ DIF จะได้รับการขยายอายุไปอีก 10 ปี (ถึงปี 2043F) เนื่องจาก TRUE ยังมีรายได้การให้บริการ FBB ทรงตัวได้ที่ 2.35 หมื่นลบ. ในปี 2023F ซึ่งสูงกว่าเงื่อนไขที่กำหนดบังคับต่ออายุสัญญาที่ 1.65 หมื่นลบ. อยู่พอสมควร เราประเมินมูลค่า DIF จากมูลค่าของสัญญาเช่าได้ที่ 10.3 บาท/หน่วย และอีก 0.7 บาท จากมูลค่าคงเหลือของสินทรัพย์หลังสัญญาเช่าทั้งหมดจบลงในปี 2043F
ยังให้ปันผลสูงแม้เราปรับประมาณการลง
เราคาด DIF จะยังให้อัตราผลตอบแทนปันผลสูงถึง 10% ในปี 2023-33F และ 8% ในปี 2034-43F แม้เราปรับประมาณการเงินปันผลลง เนื่องจาก DIF ถูกกระทบอย่างหนักจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สูงขึ้นเป็น 2.25% จาก 0.5% ใน 1H22 เนื่องจากเงินกู้ทั้ง 2.65 หมื่นลบ. มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เราปรับสมมติฐานต้นทุนทางการเงินของ DIF ขึ้นเป็น 5.5-6.0% ในปี 2023-25F จาก 4.1% ในปี 2022 จึงคาดว่าเงินปันผลจะลดลงเหลือ 0.96 บาท/หน่วย ในปี 2023-33F และ 0.83 บาท ในปี 2034-43F อย่างไรก็ตาม เราประมาณการผลตอบแทนยังอยู่ในระดับสูงที่ 7.3% IRR สำหรับนักลงทุนที่ถือ DIF จนครบอายุสัญญาในปี 2043F
ความเสี่ยงลดลงหลังการควบรวมของ TRUE แล้วเสร็จ
เรามองความเสี่ยงคู่สัญญาของ DIF ลดลง จากสถานะทางการเงินที่ทยอยดีขึ้นของผู้เช่าหลักอย่างบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) หลังการควบรวมกิจการ เช่น ต้นทุนดำเนินงานลดลง การแข่งขันเบาบางลง และประโยชน์จากขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น เรามองว่าสินเชื่อและหุ้นกู้จะเป็นแนวทางการหาเงินที่น่าสนใจขึ้นสำหรับ TRUE หลังได้ปรับระดับความน่าเชื่อถือขึ้นเป็น A+ (จาก BBB+) เมื่อเดือนมีนาคม เราจึงมองว่ามีโอกาสน้อยลงที่ TRUE จะขายหน่วย DIF ออกมาในตลาด หรือเร่งขายสินทรัพย์เข้า DIF เพิ่ม
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……
