Company Equity 25 Oct 2023, 01:54

CPAXT (HOLD) – ผู้เล่นรายใหม่ –  Target Price Bt32.00, Price Bt31.25


ด้วยมีผู้เล่นค้าส่งอาหารรายใหม่ – GO Wholesale และต้นทุนและแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด เราจึงคาดว่าการเติบโตของ EPS จะชะลอตัวลง โดยเฉลี่ยสามปีที่ 19% ในปี 2024-26F เราปรับคำแนะนำ CPAXT ลงเป็น “ถือ” ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 32 บาท

ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ”

เนื่องจากการแข่งขันในตลาดค้าส่งที่เพิ่มขึ้นจาก GO Wholesale ค่าใช้จ่าย Omni-channel ที่สูงของธุรกิจค้าส่ง และสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงของ Lotus เราจึงปรับลดประมาณการกำไรของ CPAXT ลง 15-26% ในปี 2023-25F และปรับลดราคาเป้าหมายลง 29% เหลือ 32 บาท/หุ้น แม้จะปรับกำไรลง แต่ CPAXT คุ้มค่าที่จะ “ถือ” ในฐานะเป็นผู้นำร้านค้าปลีกของชำด้วยคาดว่า EPS จะเติบโตเฉลี่ย 19% ในปี 2024-26F

3Q23F ไม่แข็งแกร่งอย่างที่คาดไว้ก่อนหน้านี้

เราคาดว่ากำไรสุทธิ 3Q23F จะเติบโต 4% y-y และ 10% q-q เป็น 1.66 พันลบ. ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงอย่างมาก (น่าจะช่วยผลักดันการเติบโตของกำไร 21% y-y) จากการปรับโครงสร้างหนี้ของ Lotus แล้วเสร็จในเดือนเมษายนถูกหักล้างโดยค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้นของการขายส่งในช่องทาง omni เช่น แพลตฟอร์ม Makro PRO และต้นทุน pick & pack และอัตรากำไรขั้นต้นของ Lotus ที่ลดลง (18.0 % ใน 3Q23F เทียบกับ 19.1% ใน 3Q22) จากการส่งเสริมการขายด้านราคาจากการกลับมาของแคมเปญ rollback ท่ามกลางกำลังซื้อที่อ่อนแอเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด เราคาดว่ายอดขายสินค้าใน 3Q23F จะเติบโต 3% y-y จากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS) ในระดับเลขหลักเดียวที่ต่ำของทั้งธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก

ปัจจัยคุกคามจากผู้เล่นรายใหม่

CRC (CRC “ซื้อ”) กำลังเปิดตัวร้าน GO Wholesale แห่งแรกในปลายเดือนนี้ โดยมีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มเป็น 40-45 สาขาใน 5 ปี โดยตั้งเป้าไปที่ HoReCa และร้านค้าปลีกอาหาร ด้วยมีขนาดร้านใกล้เคียงกันที่ 5,000-7,000 ตร.ม. และมีสัดส่วนการขายอาหารสด 40-45% เช่นเดียวกับร้านค้ารูปแบบใหญ่ของ Makro เราคาดว่า Makro จะสูญเสียส่วนแบ่งบางส่วนให้กับผู้มาใหม่รายนี้ และอาจต้องต่อสู้กันด้านราคา เราปรับลดอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม Makro ลงเหลือ 2% ต่อปี (จากก่อนหน้าที่ 5%) จากปีหน้า และอัตรากำไรขั้นต้นจะขยายตัว 5bp/ปี เทียบกับเฉลี่ยที่ 22bp/ปี ในปี 2013-22

EPS เติบโตเฉลี่ยที่ 19% ในปี 2024-26F

แม้ว่ามูลค่า PE จะสูง แต่เราแนะนำ “ถือ” (จาก ซื้อ) เนื่องจากสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในฐานะผู้นำในธุรกิจค้าปลีกของชำแบบ B2B/B2C โดยมี EPS เติบโตเฉลี่ยแข็งแกร่งที่ 19% ในปี 2024-26F ปัจจัยหนุนคือ 1) การเปิดสาขาขายส่ง 8 สาขาต่อปี 2) รายได้ค่าเช่าของ Lotus เติบโต 10-12% ต่อปี โดยได้แรงหนุนจากโครงการขยายศูนย์การค้าเพื่อเพิ่มพื้นที่เช่าเพิ่มเติมที่ 70-80 สาขาที่มีอยู่ 3) การขาดทุนในต่างประเทศที่ลดลง เนื่องจากเพิ่งขายกิจการไป 2 สาขา แม็คโครในจีน ซึ่งมีผลขาดทุน 160-180 ลบ./ปี เพื่อปรับปรุงการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์ที่มีอยู่ และจับกระแสการเปลี่ยนแปลงของการช้อปปิ้งขายส่ง บริษัทฯ จึงเพิ่งเปิดตัวร้านค้าไฮบริดแห่งแรก เรารวมการเปิดตัวร้านไฮบริด 3 แห่งใน 4Q23F แต่จะยังไม่รวม upside นี้ในปีหน้าเป็นต้นไป

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version