Company Equity 7 Oct 2023, 14:08

CBG (HOLD) – ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ”–Target Price Bt77.00, Price Bt72.25


หลังราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 17% จากจุดต่ำสุดในปีนี้ เราเชื่อว่า CBG มีมูลค่าที่เหมาะสม และเราปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” นอกจากนี้เรายังปรับกำไรเล็กน้อยเพื่อสะท้อนรายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่และแนวโน้มการส่งออกที่อ่อนแอกว่าคาดปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 1.9 บาท คงคำแนะนำ “ขาย”

ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ”  

เราปรับลดคำแนะนำ CBG เป็น “ถือ” (จาก ซื้อ) เนื่องจาก 1) หลังราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 17% จากจุดต่ำสุดในปีนี้ เราเชื่อว่า CBG ซื้อขายที่ระดับที่เหมาะสมแล้ว โดยซื้อขายที่ PE ที่ 28/25 เท่า เทียบกับการเติบโตของกำไรต่อหุ้นที่ 37/13% ในปี 2024-25F 2) เราคาดว่ากำไร 3Q23F ของ CBG จะทรงตัว แม้ฐานจะต่ำใน 2Q23 เนื่องจากความยากลำบากในตลาดส่งออกสำคัญของ CBG เรายังเห็นความเสี่ยงที่การส่งออกจะอ่อนแอต่อเนื่องไปจนถึง 4Q23F 3) แม้จะมีแหล่งรายได้ใหม่จากบรรจุภัณฑ์และการจัดจำหน่ายเบียร์เริ่มใน 3Q23F แต่เราปรับเพิ่มกำไรปี 2023F ขึ้นเพียง 2% และปรับลดลง 3% ต่อปี ในปี 2024-25F จากแนวโน้มการส่งออกที่อ่อนตัวกว่าคาด ราคาเป้าหมายของเรา (ปีฐาน 2024F) ลดลงเหลือ 77 บาท (จาก 82 บาท)

การส่งออกยังคงมีความท้าทาย  

การส่งออกของ CBG ลดลงตั้งแต่ปี 2021 และยังคงพยายามพลิกฟื้น การส่งออกที่อ่อนแอตั้งแต่ปี 2021 เนื่องมาจากกำลังซื้อที่อ่อนแอในกัมพูชาและผลกระทบจากรัฐประหารในเมียนมาร์ ซึ่งทำให้การนำเข้าผลิตภัณฑ์เข้ามาในประเทศทำได้ยากขึ้น เครื่องดื่มชูกำลังเป็นสินค้าราคาแพงในกัมพูชา โดยมีราคา US$1/หน่วย หรือแพงกว่าในประเทศไทยถึง 3 เท่า ในเมียนมาร์รัฐบาลได้เข้มงวดโควต้าการนำเข้าไปอีก รวมถึงเครื่องดื่มชูกำลัง เนื่องจากค่าเงินจั๊ตอ่อนค่าต่อเนื่อง การส่งออกปรับตัวดีขึ้นใน 2Q23 โดยเติบโต 14% q-q แต่เริ่มอ่อนตัวลงอีกครั้งใน 3Q23F และเราคาดว่าแนวโน้มจะยังคงมีความท้าทาย รายได้จากการส่งออกของ CBG ลดลง 14/1% ในปี 2021-22 และเราคาดว่าจะเติบโต -16/9/7% ในปี 2023-25F

มีส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นในไทย  

ในประเทศไทย อุตสาหกรรมเครื่องดื่มชูกำลังไม่เติบโต แต่ CBG มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นบางส่วน CBG คงราคาสินค้าไว้ที่ 10 บาท/หน่วย ขณะที่คู่แข่งหลัก 2 รายขึ้นราคาเป็น 12 บาท/หน่วย บมจ.โอสถสภา (OSP, “ขาย”) ผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังรายใหญ่ที่สุด ขึ้นราคาในปี 2022 ขณะที่ Red Bull Thailand ขึ้นราคาเมื่อต้นปีนี้ เราคาดว่าส่วนแบ่งการตลาดปัจจุบันของ CBG อยู่ที่ 23% เทียบกับ 20% ในปี 2021 เราคาดว่ายอดขายเครื่องดื่มในประเทศของ CBG จะเติบโต 7/6/3% ในปี 2023-25F

แหล่งรายได้ใหม่

CBG เริ่มทำบรรจุภัณฑ์ให้กับลูกค้าผู้ผลิตเบียร์ใน 3Q23 และคาดว่าจะมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นใน 4Q23F ลูกค้าเป็นบริษัทที่ดำเนินการโดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ CBG CBG มีสัญญาในการผลิตขวดและกระป๋องและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย หลังประสบความสำเร็จในธุรกิจสุรามาก่อนหน้านี้ ลูกค้าของ CBG คาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาด 5% ในอุตสาหกรรมเบียร์ 2.0 แสนลบ. ในปีหน้า คิดเป็นกำไร 250 ลบ. สำหรับ CBG อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอุตสาหกรรมเบียร์มีความไม่แน่นอน เราจึงสมมติให้มีกำไรเพียง 150 ลบ. ในประมาณการของเรา

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version