Company Equity 23 Oct 2023, 01:37

PTG (HOLD) – สู่โหมดการเติบโตเพียงปกติของธุรกิจ  –  Target Price Bt9.00, Price Bt8.35


เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” PTG เนื่องจากบริษัทฯ เข้าสู่โหมดการเติบโตเพียงปกติของธุรกิจ ด้วยมี valuation ที่เหมาะสม ความเสี่ยงด้านนโยบายยังสูงขึ้นภายใต้รัฐบาลปัจจุบัน เราปรับลดกำไรและราคาเป้าหมายของเราลงอีกในบทวิเคราะห์นี้เหลือ 9.0 บาท จาก 11.4 บาท

คงคำแนะนำ “ถือ”

เราคงคำแนะนำ “ถือ” PTG แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องก็ตาม 1) เราคาดว่า PTG จะอยู่ในโหมดการเติบโตเพียงปกติของธุรกิจ โดยเราประมาณการการเติบโตของกำไรที่ 19/9/6% ในปี 2024-26F แม้ว่าฐานกำไรจะต่ำจากการหดตัวของกำไรสามปีติดต่อกันในปี 2021-23F 2) เรามองว่าความเสี่ยงด้านนโยบายสำหรับกลุ่มพลังงานจะสูงขึ้นภายใต้รัฐบาลนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีนโยบายราคาพลังงานต่ำ 3) เราคาดว่า 3Q23F จะยังคงน่าผิดหวังจากการเติบโตของปริมาณขายทั้งธุรกิจน้ำมัน และ non-oil ที่ชะลอตัวลง เราปรับลดประมาณการกำไรของเราลงอีก 17/17/19% ในปี 2023-25F และปรับราคาเป้าหมายปีฐาน 2024F ลงเหลือ 9.0 บาท (จากเดิม 11.4 บาท) และ 4) แม้ PE จะถูก de-rated ลงเหลือ 14.7 เท่า จากตัวเลขปี 2024F เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีในอดีตที่ 23 เท่า แต่เราเชื่อว่าเหมาะสม เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่อ่อนแอลง และความเสี่ยงด้านนโยบายที่สูงขึ้น

แนวโน้มเติบโตในระดับปกติของธุรกิจ

เรามองว่า PTG ไม่ใช่หุ้น growth stock อีกต่อไป เป็นเวลาหลายปีก่อนช่วงโควิดซึ่งได้แรงหนุนจากการขยายสถานีบริการน้ำมันเชิงรุกจากผู้เล่นรายเล็กจนกลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่อันดับสอง กำไรยังเติบโตจากการเปิดตัวธุรกิจ non-oil ได้แก่ ร้านกาแฟพันธุ์ไทย และ Max Mart การเติบโตของสถานีบริการน้ำมันลดลงจาก 19% ต่อปี ในปี 2013-19 เป็น 6% ในปี 2020-23F และเราคาดว่าจะเติบโต 2% ต่อปี ในปี 2024-26F ปัจจุบัน PTG มีสถานีบริการ 2,176 แห่ง ร้านกาแฟพันธุ์ไทยของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเป็น 756 แห่งในปัจจุบัน จาก 173 แห่งในปี 2019 เราคาดว่าร้านจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,376 แห่ง ในปี 2026F โดยรวมแล้ว เราคาดว่า EPS จะเติบโตเฉลี่ยที่เพียง 11% ในปี 2024-26F เทียบกับ 39% ในปี 2015-19 และ -23% ในปี 2020-26F

ความอ่อนไหวของค่าการตลาด

กำไรขั้นต้นของ PTG แบ่งเป็นน้ำมัน 82% และ non-oil 19% ในปี 2022 เราคาดว่าธุรกิจ non-oil จะอยู่ที่ 22% ในปี 2023F และ 24% ในปี 2025F สัดส่วนน้ำมันที่สูงหมายความว่า PTG มีความอ่อนไหวสูงต่อความผันผวนของค่าการตลาด ในปี 2017-1H23 ค่าการตลาดของ PTG มีความผันผวนอยู่ในช่วง 1.6-2.1 บาท/ลิตร ค่าการตลาดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสูงสุดในปี 2020 ที่ 1.90 บาท และค่อยๆ ลดลงทุกปีเป็น 1.65 บาท ใน 1H23 และ PTG มีกำไรลดลงติดต่อกันสามปีในปี 2021-23F เราเชื่อว่าราคาน้ำมันที่สูง การแข่งขัน และความเสี่ยงด้านนโยบาย เป็นเหตุผลสำคัญของค่าการตลาดที่อ่อนแอ การวิเคราะห์ความอ่อนไหวของกำไร คือกำไรปี 2024F ของ PTG จะมี upside 99% ที่ค่าการตลาดสูงสุดที่ 1.9 บาท/ลิตร และ downside 48% ที่ค่าการตลาดต่ำสุดที่ 1.6 บาท กรณีฐานของเราคือค่าการตลาดที่ 1.70 บาท

3Q23F อ่อนแอ

เราคาดว่ากำไร 3Q23F ของ PTG จะอยู่ที่เพียง 74 ลบ. ลดลง 58% y-y และ 33% q-q เนื่องจากค่าการตลาดยังคงค่อนข้างต่ำ และผลขาดทุนจากธุรกิจน้ำมันปาล์มคอมเพลกซ์มากขึ้น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version