Company Equity 12 May 2024, 04:01

KBANK (HOLD) – มี upsides ที่จำกัด –Target Price Bt163.00, Price Bt156.00


หลังเคลียร์งบดุลในเชิงรุก การปรับกลยุทธ์ของ KBANK ที่ลดการให้สินเชื่อที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้ธนาคารพร้อมในการรับมือกับ credit cost ที่กลับมาปกติ อย่างไรก็ตาม ด้วยมี upside เพียง 5% จากราคาเป้าหมายใหม่ของเรา ซึ่งได้สะท้อนค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลงแล้ว เราจึงปรับลดคำแนะนำ KBANK เป็น “ถือ”

เก็บเกี่ยวผลประโยชน์

KBANK มีการเติบโตเหนือกว่าธนาคารขนาดใหญ่อื่นในกลุ่มฯ ด้วยมีกำไรเติบโตแข็งแกร่งกว่า ขณะที่ยังคงควบคุม NPL และคุณภาพสินทรัพย์ได้ดีขึ้น หนุนโดย 1) การเคลียร์งบดุลที่ง่ายขึ้นหลังมีการตัดจำหน่าย และขาย NPL ออกไปจำนวนมาก รวมกว่า 1.31 แสนลบ. ในปี 2022 และ 9.26 หมื่นลบ. ในปี 2023 2) Credit cost ที่ลดลง โดยลดลงจาก 2.08% ต่อปี ในปี 2022-23 เหลือ 1.89% ใน 1H24 3) การลดลงของค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ชะลอตัวลงควบคู่ไปกับการเติบโตของค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับบัตรเครดิตและค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน หนุนโดยแพลตฟอร์ม wealth management ที่ปรับปรุงใหม่ของธนาคาร และ 4) ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจประกันภัย ซึ่งได้ประโยชน์จากเงินสำรองกรมธรรม์ที่ลดลงหลังจากกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หมดอายุ

ความสามารถในการรับความเสี่ยงลดลง

อย่างไรก็ตาม คุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นแลกมาด้วยการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัวและอัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อที่ลดลง สินเชื่อลดลง 0.1% YTD แม้จะมีการตัดจำหน่ายและขาย NPL ลดลง (2.45 หมื่นลบ. ใน 1H24 เทียบกับ 5.63 หมื่นลบ. ใน 1H23) สะท้อนถึงแนวทางที่ระมัดระวังของธนาคาร ด้วยใช้มาตรฐานการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับสินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อยที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่ง YTD ใน 2Q24 หดตัวลง 5% และ 10% ตามลำดับ ขณะที่สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดใหญ่เติบโตแข็งแกร่งที่ 4% จากปี 2023 โดยมีสัดส่วนต่อสินเชื่อรวมสูงขึ้นจาก 36% ในปี 2022 และ 38% ในปี 2023 เป็น 39% ใน 2Q24 แม้อัตราดอกเบี้ยคงที่ แต่อัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อกลับลดลงจากเฉลี่ย 6.16% ใน 2H23 เป็น 6.13% ใน 1Q24 และ 6.09% ใน 2Q24

การเติบโตแข็งแกร่งขึ้น

เราปรับประมาณการกำไรของ KBANK เพิ่มขึ้น 5.3% สำหรับปีนี้ และ 0.4% ต่อปี ในปี 2025-26F สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลง เราคาดว่ากำไรจะเติบโตที่ 16% สำหรับปีนี้ ตามด้วย 9% ต่อปี ในปี 2025F และ 2026F นอกจากนี้ เรายังได้ปรับปีฐานเป็นปี 2025F และปรับราคาเป้าหมาย (cost of equity ที่ 13%) ขึ้น 9% เป็น 163 บาท จากเดิม 150 บาท

ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” ราคาเป้าหมายสูงขึ้นเป็น 163 บาท

KBANK เป็นธนาคารไทยที่ปรับตัวดีที่สุด โดยราคาหุ้น outperformance กลุ่มฯ 10.4% และ SET 14% ในช่วง YTD อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน KBANK เป็นธนาคารที่แพงที่สุดเป็นอันดับสอง ด้วยซื้อขายที่ PBV-to-ROE ที่สูงกว่า KTB 16.3% และ 10.2% เมื่อเปรียบเทียบกับ BBL ซึ่งทำให้ไม่น่าสนใจเท่าไรนัก การเป็นผู้นำด้านเงินฝากสำหรับรายย่อยของ KBANK ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่อีกต่อไป เนื่องจากมีการปรับแพลตฟอร์มธนาคารโดยเน้นบริษัทขนาดใหญ่มากขึ้นคล้ายกับ BBL ขณะเดียวกัน ROE ของ KBANK เทียบได้กับ BBL แต่ต่ำกว่า KTB อยู่ 1.5% ทั้งที่ KBANK มีกันตั้งสำรองเป็นเบาะรองรับที่ต่ำกว่าธนาคารทั้งสองแห่งอย่างมีนัยสำคัญ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน……

รายงานฉบับภาษาไทย Thai Version

รายงานฉบับภาษาอังกฤษ English Version